เรื่องเล่าสุขภาพ

สายตาฝ้าฟาง
                                    สายตาฝ้าฟาง
                            “ตำรับหมอยาพื้นบ้าน”
                                           จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
        คนเราพออายุมากขึ้น สายตาก็เริ่มมีปัญหา มองอะไรรู้สึกมันไม่คมชัด การมองเห็นจะถดถอยลงไป สายตาจะพร่า มัว บางคนก็เรียกตาฝ้าฟาง คำว่ามัว ก็คือไม่กระจ่าง ฟางก็หมายถึง เห็นไม่ถนัด ฝ้าก็คือขุ่นมัว คำว่าฝ้าฟางรวมกันแปลว่าขุ่นมัว ทำให้เห็นไม่ถนัด ก็ต้องอธิบายความหมายกันก่อนเพื่อป้องกันการสับสนนะครับ ฮ่าๆๆ
      จะว่าไปแล้วก็คือ จอประสาทตาเริ่มเสื่อม บางคนจดจ้องอยู่กับการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ยิ่งสมัยนี้หลายคนติดเล่นไลน์จนไม่ได้หลับได้นอน ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ฮ่าๆๆ
      สำหรับภูมิปัญญาที่หมอยาพื้นบ้านสืบทอดกันมาในการบำรุงสายตา แก้อาการตาพร่าตามัว สายตาฝ้าฟาง ก็มีสมุนไพร โปร่งฟ้า ใบหม่อนและใบเตย หลายคนจดจำนำไปใช้บอกลูกบอกหลาน แต่อีกหลายคนลืมไปหมดแล้วฮ่าๆๆ

 
                             สมุนไพรโปร่งฟ้า
      พูดถึงสมุนไพรโปร่งฟ้าสรรพคุณมากมายนอกจากรักษาอาการสายตาฝ้าฟางแล้ว ยังมีฤทธิ์ต่อต้าน มะเร็ง
 เบาหวาน เส้นเลือดตีบตัน สมองเสื่อม อัมพาตได้อีกด้วย  สมุนไพรโปร่งฟ้ามีชื่อเรียกหลายชื่อ บ้างก็เรียกส่องฟ้า หวดหม่อนต้น  หัสคุณดง  ลอดฟ้า
     สมุนไพรโปร่งฟ้าเป็นหนึ่งในตำรายาไทย ที่ขึ้นชื่อใช้สลายครอเลสเตอรอล แก้เส้นเลือดตีบตัน ต้านมะเร็ง เบาหวาน ความจำเสื่อม บำรุงสายตา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ  อัมพาต ครั้งหนึ่งที่เดินป่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่กาญจนบุรีเคยแนะนำให้ผมลองดื่ม จึงได้รู้จักรสชาติของโปร่งฟ้าว่า มีรส หอม หวาน ร้อน เผ็ด ซ่าส์ฮ่าๆๆๆ
  
      ใบหม่อน                                       ลูกหม่อน

    สำหรับใบหม่อนมีสรรพคุณบำรุงสายตา ป้องกันโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายได้ดี ใบหม่อนมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด มีแคลเซียมสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญหลายชนิด เช่น เควอซิติน (quercetin) แคมเฟอรอล (kaempferol) และ รูติน(rutin)
   ส่วนใบเตย นอกจากบำรุงสายตาแล้ว ยังบำรุงประสาทแก้อาการอ่อนเพลีย  บำรุงหัวใจ ลดความดัน รักษาเบาหวาน รักษาโรคหัด  บรรเทาโรคข้อและโรครูมาตอยด์ การรักษาโรครูมาตอยด์คนสมัยก่อนจะนำใบเตยประมาณ ๓ ใบสับพอละเอียดผสมน้ำมะพร้าวลงไปเล็กน้อยคนให้เข้ากันแล้วไปทาบรรเทาอาการปวดและการอักเสบของข้อ อีกตำรับคือการย้อมผมดำ ถึงแม้ใบเตยจะมีสีเขียวแต่เมื่อนำมาต้มจนเป็นสีเขียวเข้มแล้วมาผสมกับน้ำลูกยอต้ม คุณจะได้สีย้อมผมสีดำที่คืนความดำเงาให้เส้นผมแบบไม่เสี่ยงต่อสารเคมีครับ
        เราได้ทราบประโยชน์ของสมุนไพรโปร่งฟ้า ใบหม่อนและใบเตยแล้ว คราวนี้ลองมาทำสูตรเด็ดแก้สายตาฝ้าฟางตามตำรับภูมิปัญญาไทยกันครับ
   ใช้ใบสมุนไพรโปร่งฟ้า ๑  กำมือ ใบหม่อน ๑ กำมือ ใบเตยหนึ่งกำมือ ใส่หม้อเติมน้ำท่วมยา ต้มให้เดือด ดื่มครั้งละ ๑  แก้วก่อนอาหาร ๓ มื้อ หรือจะใช้ส่วนผสม โปร่งฟ้า ๑  ขีด ใบหม่อน ๑ ขีด ใบเตย ๑ ขีด น้ำ ๓ ลิตรก็ได้ครับ
   เพียงแค่นี้ท่านก็ได้ตำรับยาสมุนไพรรักษาอาการสายตาฝ้าฟางแล้ว แถมยังทำให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลจากโรคมะเร็ง เบาหวาน เส้นเลือดตีบตัน สมองเสื่อม อัมพาตได้อย่างสบายใจ ฮ่าๆๆ
                                              ------------------------------------------
 
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม
www.Jamrat.net 

มะเร็งตับ
                 มะเร็งตับและยาอายุวัฒนะ 
      “ ตำรับลับจากเทือกเขาควายแดนลาว”
                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

           ทันทีที่ทราบข่าวว่ามีสมุนไพรดีใช้บำบัดอาการโรคมะเร็งตับ จากอาจารย์สมพงษ์  อุมะวรรณ อดีตผู้อำนวยโรงเรียนอุเทนพัฒนา อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ทำให้ผมร้อนรุ่มอยากไปสัมภาษณ์ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งตับแล้ว มักจะยื้อยุดฉุดเวลาประวิงไว้เท่านั้น จะมีอาการบวมและเสียชีวิตไปในที่สุด            
          ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่ค่อยมีอาการแสดง กว่าจะได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกก็มักอยู่ในระยะท้ายของโรคแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องโดยเฉพาะบริเวณข้างขวาส่วนบน ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่  ท้องบวมขึ้น น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ  เบื่ออาหาร ไม่รู้สึกอยากอาหาร  รู้สึกอ่อนเพลีย  มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ  คลำพบก้อนที่บริเวณตับ   ตัวเหลืองและตาเหลือง
          การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับมะเร็งตับ คือ การป้องกันและตรวจคัดกรองหามะเร็งตับ เนื่องจาก ๙๐% ของมะเร็งตับเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีจึงมีโอกาสเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับสูง หากมีมะเร็งตับเกิดขึ้น มะเร็งตับจะโตขึ้นเป็น ๒ เท่าภายในเวลา  ๓-๖ เดือน    
                  
         ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ผมนัดหมายกับอาจารย์สมพงษ์  เพื่อเดินทางไปสัมภาษณ์เรื่องสมุนไพรที่ใช้เยียวยารักษามะเร็งตับ ที่บ้านครูเชาว์  ช่วงชิง อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านปากทวย  อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม  ต้นเรื่องที่มาของสมุนไพรดังกล่าว  ซึ่งปัจจุบันครูเชาว์พักอาศัยอยู่ที่อำเภอท่าอุเทน ห่างจากตัวเมืองนครพนม ๒๕ กิโลเมตร
          วันนั้นพอรถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านท่านกวักมือให้มานั่งที่ศาลาทรงไทย พร้อมหอบหิ้วขวดยาดองขนาดยักษ์มาวางบนโต๊ะ ตามธรรมเนียมก็ต้องชิมก่อนการสัมภาษณ์ให้รู้รสชาติเสียก่อนฮ่าๆๆๆ : ซ่าส์ ไปตามลำคอ กลมกล่อมมาก ขนานต่อมาคือยาอายุวัฒนะเป็นยาเม็ด ซัดไปอีก อีก ๔ เม็ด สบายไปเลยฮ่าๆๆ
                     
          ครูเชาว์ ช่วงชิง ท่านเล่าให้ฟังว่า พื้นเพเดิมเป็นคนบ้านน้ำคำ ต.นาสะไม อ.ตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี หลังเรียนจบครูที่บ้านเกิด ก็ได้มาสอนอยู่ที่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ต่อมาได้ลาออกจากราชการครูก่อนกำหนด  ด้วยการที่ชื่นชอบเรื่องสมุนไพรมาแต่เด็กๆ จึงได้หันมาศึกษาเรื่องราวของยาสมุนไพรอย่างจริงจัง เดินทางเสาะแสวงหาตัวยาตลอดทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวประเทศเพื่อนบ้าน จนคุ้นเคยกับชาวบ้านตามแนวชายแดนเป็นอย่างดี         
         “ ผมได้รู้จักกับนายช่างโฮม หรือคุณชำนาญ อยู่ที่จังหวัดหนองคาย แนะนำมาว่า มีเพื่อนป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ ไปตรวจที่คลินิกหมอบอกว่าอยู่ได้ ๖-๗ เดือน  แต่หลังจากนั้นหมอก็ยังเห็นผู้ป่วยผ่านไปผ่านมาที่หน้าคลินิก เลยสอบถามและขอตรวจใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่างจนหมอประหลาดใจมาก”
               
         
   ซ้าย ผอ.สมพงษ์   ขวา ครูเชาว์
        ครูเชาว์อยากได้ตำรายาสมุนไพรรักษามะเร็งตับมาก จึงขอสูตรแต่เพื่อนมีข้อแม้ว่าต้องบอกสูตรยาอายุวัฒนะ “พระอินทร์บอก”  ที่ครูเชาว์มีอยู่ซึ่งตำรับยานี้ทำให้ครูเชาว์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแถบนี้ เหมือนกัน สรุปคือต้องแลกสูตรยากัน จึงจะได้  ว่ากันว่า หมูไปไก่มาว่างั้นเถอะ
       เมื่อได้ตำรายามาแล้วจึงนำมาทดลองใช้กับคุณจิตราภา  ศิริกุล น้องเมีย ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งตับหมอตรวจบอกว่าตับโตขึ้น ๕ เซ็นติเมตรแล้วญาติๆต้องมานั่งคุยกันเตรียมจัดงานศพแล้วเพราะอาการน่าเป็นห่วง ตัวผอมกินข้าวไม่ได้ท้องก็โต  กลางคืนนอนปวดท้องทรมานมาก หลังให้กิน ๑  ช้อน ตื่นเช้ามาโทรบอกว่าเมื่อคืนนอนได้ทั้งคืนไม่ปวด หลังจากนั้นก็เลยให้กินเช้า-เย็น กินต่อเนื่องจนหมดตัวยาที่ให้ไว้ประมาณ ๑ ขวดแบนเหล้า กินจนมะเร็งมันฝ่อ ปัจจุบันหายมาเป็นปีแล้ว  ครูเชาว์ยังบอกอีกว่า              
      “ ตำรายานี้ นำสมุนไพรหลายชนิดหนึ่งในนั้นมี สมุนไพรหมากแหล่ (ดำ) และยาหัวจากเทือกเขาควาย ซึ่งเป็นเทือกเขาใหญ่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก เทือกเขานี้เกจิอาจารย์ดังๆบ้านเราส่วนใหญ่จะต้องมาธุดงค์ที่นี่ เมื่อได้สมุนไพรแล้วนำมาดองกับเหล้าที่กลั่นจากข้าวเท่านั้น เพราะเหล้าขาวที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จะมีส่วนผสมของกากน้ำตาลจากอ้อย ปุ๋ยยูเรียและน้ำกรด”
        ผมเพิ่งทราบว่าเหล้าขาวที่จำหน่ายทั่วไปมีส่วนผสมที่น่ากลัวคือน้ำกรดด้วย แต่แปลกเหล้าขาวที่กลั่นจากข้าวอย่างเดียวภูมิปัญญาไทยที่ใช้เป็นยากลับไม่ได้รับการสนับสนุน ใครผลิตกลายเป็นสุราเถื่อนถูกจับ
       “ เหล้าขาวที่กลั่นจากข้าวฝั่งลาวมีเยอะครับ ใช้เหล้าขาวที่ทำจากข้าว ดองตัวยาสมุนไพรไว้ ๑ ปี จะมีสรรพคุณทางยาสูง”  ครูเชาว์ให้ความมั่นใจ
     และรายต่อมาเป็นเพื่อนครูด้วยกันป่วยแล้วไปตรวจที่โรงพยาบาลพบมีไวรัสซีถึง ๓๕ ล้านตัว กินยาโรงพยาบาลบาลด้วยและนำตัวตัวยานี้ไปกินด้วย ผลปรากฏว่าไปตรวจอีกครั้งไม่มีไวรัสหลงเหลืออยู่เลย  ตำรับยานี้ไม่ต้องกลัวของแสลงกินได้ทั้งหมด ขอให้กินเหล้าได้ รอดแน่ กรณีพี่ชายของครูเชาว์ชื่อเจริญ ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ รักษาแผนปัจจุบัน หมอห้ามกินเหล้า ก็ไม่ได้ให้กินตำรับยานี้ ผลสุดท้ายก็เสียชีวิต
      ส่วนตำรายาอายุวัฒนะ “พระอินทร์บอก” ตำรับนี้ได้จากพระธุดงค์ไปพบหีบโบราณในถ้ำภูเขาควายเปิดดูเป็นภาษาขอม มีสูตรยาอายุวัฒนะ  “พระอินทร์บอก”  มีเรื่องเล่าว่าพระครูเมืองล้านช้างอายุ ๓๒๐ ปี อยู่จนเบื่อหน่ายขอลาตาย เนื่องจากเบื่อโลกเพราะอายุยืน
       ครูเชาว์เล่าว่าตำรับยาอายุวัฒนะหมายถึงกินแล้วร่างกายมีความสมดุล ขับถ่ายดีแข็งแรง มีความพร้อมไว้ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  แต่ก่อนกินวิ่งได้ ๕๐๐ เมตรหลังกินแล้ววิ่งได้เป็นกิโล ไม่เหนื่อย และสิ่งที่ตามมาอย่างน่าอัศจรรย์คือ นกเขาจะขันดีเป็นพิเศษ และคนที่ผมหงอกก็จะกลายเป็นดำ แถมอายุยืนอีกต่างหาก  ส่วนคนที่หน้าเป็นฝ้าเมื่อกินแล้วฝ้าก็จะหาย                     
        สำหรับตำรับยาอายุวัฒนะมี ๒ ขนานต้องกินควบคู่กัน เพื่อปรับธาตุร้อน-เย็นคนจีนเรียก หยิน-หยาง
            ขนานที่ ๑ สูตรยาเย็นมีตัวยาดังนิ้   สมุนไพรสุกในดิน คือขมิ้นชัน   บินอากาศคือ น้ำผึ้ง  สมุนไพรพาดงาไม้ คือบอระเพ็ด สมุนไพร หงายธรณี คือ หญ้าแห้วหมู  สมุนไพรสีบ่เศร้า คือใบศรีชมชื่น  สมุนไพรเฒ่าบ่เป็น คือใบหญ้านาง
           ขนานที่ ๒ สูตรยาร้อนมีตัวยาดังนี้ มีลูกจันทร์  มหาหิงคุ์  ยาดำ (ยาดำจากยางไม้ชนิดหนึ่งในเมืองจีน มีฤทธิ์ขมมากเป็นตัวสมานกระตุ้นให้ยาอื่นออกฤทธิ์)  พริกไทยดำ น้ำมะกรูด การบูร น้ำผึ้ง ทั้งสองขนานตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน กินเช้า สูตรยาร้อน ๒ เม็ด สูตรยาเย็น ๒ เม็ดรับรองแข็งแรงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง ฟิตเปรี้ยะหายห่วงฮ่าๆๆ

                                            

        ในการหาตัวยาสมุนไพรที่ค่อนข้างหายากและขั้นตอนการผลิตที่จะต้องตากแห้งแล้วบดผสมในอัตราส่วนที่หักล้างความเป็นพิษและเอื้อต่อสรรพคุณทางยาพร้อมทั้งความชำนาญพิเศษ แนะนำให้ ติดต่อ อาจารย์เชาว์ ช่วงชิง ได้เลยครับ ที่โทร ๐๘๕-๐๐๙-๖๔๔๓
         พูดถึงเรื่องมะเร็งหรือคนโบราณมักจะพูดว่าเป็นฝีในอวัยวะภายในร่างกาย  หมอพื้นบ้านจะมีสูตรเด็ดที่สืบทอดกันมายาวนาน และบางตำรับก็หายสาบสูญไปอย่างน่าเสียดาย  มีตำรับหนึ่งที่มีพระธุดงค์ได้รับมาจากจากสายพระป่า ผมเคยแนะนำไปแล้ว ก็ถือเป็นสุดยอดยา นั่นคือสมุนไพรกลั่นตำรับ
“ธุดงค์เก้าดอย”  มีสมุนไพรหลายชนิด ของพระธุดงค์ที่นำออกเผยแพร่ให้กลุ่มหมอยาเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ หากผู้ป่วยรักษาทางอื่นจนสุดทางเยียวยาแล้ว ก็ลองใช้ดู เผื่อหมดเคราะห์กรรมก็เป็นได้ เพราะมีผู้ป่วยที่เดินทางตามแนวทางธรรมชาติบำบัดพร้อมดื่มสมุนไพรดังกล่าวฝีภายในจะค่อยๆยุบหายไป  ชีวิตก็ดีขึ้นตามลำดับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลองดู “ลางเนื้อ ชอบลางยา” โทร ๐๘๓-๓๒๘-๙๙๔๙   แบ่งปันความสุข ช่วยเหลือสังคมร่วมกันครับ
                                                            -----------------------------
 
     
        
 
                                            

มะเร็ง-กรดไหลย้อน-/เบาหวาน-บำรุงกระดูก

มะเร็ง-กรดไหลย้อน-/เบาหวาน-บำรุงกระดูก        
“ บำบัดด้วยผักชีลาว”
                
                             จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

           ผักพื้นบ้านที่มีใบเล็กๆเป็นฝอยมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ มักถูกนำมาปรุงเป็นอาหารเมนูเด็ดของคนอีสาน ใบสดและใบแห้งใช้โรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อดับกลิ่นคาว ใบใส่แกงอ่อมแกงหน่อไม้ห่อหมกทำให้รสชาติอาหารอร่อยเป็นผักคู่ครัวไปโดยปริยาย จนได้รับการขนานนามว่า “ผักชีลาว” ฮ่าๆๆ
                
          ผักชีลาวมีประโยชน์สารพัด ตั้งแต่ปราบมะเร็ง แก้กรดไหลย้อน เบาหวาน บำรุงกระดูกและฟัน  อาการนอนไม่หลับ ลดไขมัน  แก้ไข้หวัด บำรุงตับ  เพิ่มน้ำนมให้หญิงในช่วงมีบุตร ระบบขับถ่ายดี มิน่าคนสมัยก่อนจึงได้นำมาปรุงอาหารกิน ทำให้ร่างกายแข็งแรง
         มีผลการวิจัยบอกว่าน้ำมันหอมระเหยในผักชีลาวมีประสิทธิภาพต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ซึ่งทำให้อาหารเป็นพิษ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย พบว่าสารสกัดจากเมล็ดผักชีลาวสามารถเก็บได้นานถึง ๓๕ ปี และสามารถฆ่าเชื้อแอสเปอร์กิลลัส ไนเจอร์ เชื้อแคนดิดา อัลบิแคนส์ หรือแม้แต่เชื้อยีสต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้           
        
สรรพคุณทางยาของผักชีลาวมีมากมาย มีทั้งแร่ธาตุอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก อีกทั้งยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และวิตามินบีอีกด้วย ช่วยในการทำงานของกระเพาะ ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดความดันโลหิตสูง ขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการหายใจ และทำให้มีน้ำนมเพิ่มมากขึ้นในคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร และลดการเกิดโคลิก (Colic) ในทารกเมื่อกินนมแม่อีกด้วย
        แม้แต่ในตำราแพทย์แผนไทยก็มีระบุไว้ในการบำบัดรักษา แก้บวม  เหน็บชา ขับเหงื่อ แก้หอบ บำรุงปอด แก้ไอ แก้ลมที่ทำให้สะอึก แก้ลมวิงเวียน บำรุงม้ามและตับ
        ประโยชน์ของผักชีลาวเยอะมากมายขนาดนี้ ต้องหามากินนะครับ สำหรับผมเคยกินเมี่ยงปลาเผาที่จังหวัดบึงกาฬยังประทับใจไม่หาย กินปลากับผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านปลูกเอง สดจากสวน หนึ่งในนั้นมีผักชีลาวรวมอยู่ด้วย วันนั้นกินไปหลายกำมือเหลือไว้แค่โคนผักชีลาวแก่ๆไว้เป็นหลักฐานเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆๆๆ
       การดูแลสุขภาพมีสองแบบนะครับ หนึ่งคือการกินบำรุงรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง  สองคือป่วยแล้วค่อยรักษา  การรักษาแบบหลังนี่จะลำบากกว่าจะรักษาหายต้องใช้เวลา เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกินอาหารที่มีประโยชน์แต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าแน่นอนฮ่าๆๆ
       --------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด อ่อน
12 ธ.ค. 2559 เวลา 11:17 น.
ล่าสุด ปรานี อาศัยราช
12 ธ.ค. 2559 เวลา 10:10 น.
ล่าสุด วิรินภัทร์
8 ธ.ค. 2559 เวลา 16:26 น.
ล่าสุด ธนภัทร อยู่นาน
26 พ.ย. 2559 เวลา 16:01 น.
ล่าสุด ฐาปนี แก้วมูล
18 พ.ย. 2559 เวลา 15:23 น.
ล่าสุด ปอน ปอน
16 พ.ย. 2559 เวลา 10:55 น.
ล่าสุด bird
14 พ.ย. 2559 เวลา 16:25 น.
ล่าสุด watcharin
31 ต.ค. 2559 เวลา 20:24 น.
ล่าสุด ลัดดา วิศิษฐานนท์
10 ต.ค. 2559 เวลา 22:49 น.
ล่าสุด โจอี้
3 ต.ค. 2559 เวลา 18:44 น.