ว่านปลาไหลเผือกแก้ปวดฟัน
                                        ว่านปลาไหลเผือก
                                  “แก้ปวดฟัน”
                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
    เพิ่งได้เห็นว่านปลาไหลเผือกที่ตลาดนัดไทย-ลาว อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “สมุนไพรปลาไหลเผือก”กับ “ว่านปลาไหลเผือก” คนละชนิดกันนะครับ เพียงชื่อเหมือนกันเท่านั้นเอง  
           สมุนไพรปลาไหลเผือกหรือ “ตงกัตอาลี” บางแห่งเรียกพญารากเดียว เนื่องจากมีรากเดียวยาวสีขาว เป็นสมุนไพรบำรุงกำลังท่านชาย เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด  แต่ว่านปลาไหลเผือกสรรพคุณแก้ปวดฟันครับ                   
   สอบถามคุณนำพล  อ่อนสีดา ที่นำว่านปลาไหลเผือกมาจำหน่ายบอกว่า ตนเองเป็นเขยของหมอสำรอง สุภาวงศ์ ที่อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จะตระเวนนำสมุนไพรออกจำหน่ายตามตลาดนัดทั่วไป นับพันกว่าชนิด ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มสมุนไพรมากมายโดยเฉพาะว่านปลาไหลเผือก ซึ่งมีฤทธิ์ในการแก้ปวดฟัน เพียงหั่นเป็นแว่นๆแล้วนำไปต้ม หลังจากเย็นแล้วก็นำไปอม หรือจะฝนกับน้ำมะนาวอมก็ได้ สามารถแก้ปวดฟันได้ดี   
        สำหรับอาการปวดฟันของคนเรานั้น ส่วนใหญ่มีผลมาจากฟันผุ ซึ่งในระยะเริ่มแรกจะมีลักษณะเสียวฟัน ก่อนที่อาการปวดจะลามไปที่บริเวณใต้คางและศีรษะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกินของเย็น ของร้อน หรือของหวาน เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปาก ปล่อยกรดออกมาทำลายเคลือบฟัน และชอนไชเข้าไปจนถึงเนื้อเยื่อส่วนที่นิ่มภายใน ซึ่งมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก บวกกับในโพรงประสาทฟันมีเนื้อที่จำกัด จึงทำให้เกิดการอักเสบและบวม
      เมื่อเกิดอาการบวมจะทำให้เส้นประสาทถูกกด รวมทั้งเกิดการปิดกั้นช่องทางเปิดปลายรากฟัน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงไม่สามารถนำออกซิเจนมาเลี้ยงฟันได้ จนทำให้เกิดอาการปวดฟันที่รุนแรง
     จำได้ไม่ลืมครั้งหนึ่งเคยปวดฟัน ทรมานมาก ไปหาหมออยากให้หมอถอนทิ้งให้ แต่หมอไม่ถอน หมอบอกหายปวดก่อนแล้วค่อยถอน กลับมาด้วยความผิดหวัง ด่าหมอในใจ “ หายปวดแล้วกูจะมาถอนทำไมวะ” ฮ่าๆๆ

                                              ------------------------------------
ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรไทย THAI HERBAL LEARNING CENTER

WWW.JAMRAT.NET   ๐๙๙-๒๘๗-๙๑๔๗
 
  

หนานเฉาเหวย หรือป่าช้าหมอง
                                          หนานเฉาเหวย – ป่าช้าหมอง
        “ ยอดยารักษา เบาหวาน-มะเร็ง-เก๊าท์-ความดัน”
                          จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
     จากประสบการณ์ตรงของหลายๆคน ที่ประสบกับปัญหาเบาหวาน –มะเร็ง-เก๊าท์ –ความดันโลหิตสูง ต่างศรัทธา เจ้าสมุนไพรที่ชื่อหนานเฉาเหวย หรือ ป่าช้าหมอง ชื่อก็ออกจีนๆบ่งบอกยี่ห้อแล้วว่ามาจากเมืองจีน เข้าใจว่าเข้ามาอยู่บ้านเรานานแล้ว โดยลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลนำเข้ามาเมืองไทย
    หนานเฉาเหวย ระบาดมาทางภาคเหนือของประเทศไทย เริ่มปลูกกันมากขึ้นปากต่อปากด้วยสรรพคุณทางยาสูง และเริ่มแพร่หลายกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ด้วยชื่อภาษาจีนที่จำยาก บางคนนำมาปลูกเวลาเนิ่นนานก็จำชื่อไม่ได้แต่พูดกันติดปากว่าต้นเบาหวาน เพราะสรรพคุณเด่นคือรักษาเบาหวาน    ต่อมาเจ้าสมุนไพรหนานเฉาเหวยก็ถูกเรียกขานว่า “ป่าช้าหมอง” แม้แต่ป่าช้ายังหมองหม่นเงียบเหงาไม่มีคนตาย เพราะคนหันมานกินสมุนไพรป่าช้าหมอง
    มีคนกินใบสดๆของป่าช้าหมองเป็นเครื่องเคียงกับอาหารทำให้ทั้งชีวิตไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย ด้วยความเด่นทางยาที่มีสรรพคุณด้านปรับธาตุดูแลเรื่องความดันโลหิต ไต เบาหวาน เก๊าท์ปวดเข่าปวดข้อ แม้กระทั่งมะเร็ง คนเราถ้าระบบอวัยวะในร่างกายแข็งแรง ก็สามารถต่อสู้กับโรคร้ายได้ดีด้วยตัวของมันเอง
   บางคนต่อต้านกินสมุนไพรแล้วไตพังฮ่าๆๆๆ แล้วที่กินผักทุกวันไตพังไหม ? เฉกเช่นการกินใบป่าช้าหมอง วันละ ๓-๔ ใบ อวัยวะทุกส่วนแข็งแรงมันจะทำให้ไตพลอยแข็งแรง สามารถขจัดคัดกรองด้วยระบบอัตโนมัติที่ร่างกายมี
  ต่อให้ยาดีขนาดไหน ถ้าคุณยังไม่ลดพฤติกรรมการกิน โรคภัยมาเยือนคุณแน่นอน เช่นเป็นโรคเบาหวานแต่ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานประจำ ชอบกินเลือดแปลง ลาบดิบ พืชผักที่มีสารเคมี แล้วมะเร็งจะไม่เกิดได้อย่างไร ฮ่าๆๆ
    ย้อนหลังเมื่อหกเจ็ดปีมาแล้วแฟนคลับผม ส่งต้นสมุนไพรหนานเฉาเหวยมาให้จากลำปาง เป็นต้นกล้าสูงประมาณ ๑ ฟุตจำนวน ๘๐ ต้นจำนวน ๑ ลังกระดาษใบใหญ่ เพื่อไปแจกจ่ายชาวบ้านช่วงที่ผมเดินสายไปบรรยายตามจังหวัดต่างๆ
    ส่งมาทางรถทัวร์ ผมไปรับตั้งแต่ตีห้า รับมาก็นำไปฝากไว้กับน้องชายที่โรงงานผลิตพัดลม HORSE POWER แถวเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เนื่องจากไปเช้าโรงงานยังไม่เปิดเลยเอาไปวางไว้หน้าประตูโรงงานกะว่าสายๆค่อยโทรบอก ผมต้องรีบไปเตรียมตัวอ่านข่าวภาคเช้า
    เรื่องใหญ่ครับน้องผมนึกว่ากล่องลังลึกลับอาจเป็นระบิด (ช่วงนั้นภาคใต้กำลังดังเรื่องระเบิด) แจ้งตำรวจ สน.โชคชัย ๔ ลาดพร้าว ระดมเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด เอาล้อยางมาวาง กว่าจะเก็บกู้ได้ ฮ่าๆๆ กลายเป็นสมุนไพรป่าช้าหมอง พอเปิดกล้องวงจรปิดผู้ร้ายแต่งตัวดีผูกเน็คไท หน้าตาคล้ายนายจำรัส ฮ่าๆๆ
    การกินสมุนไพรป่าช้าหมอง ใช้ใบ๓-๔ ใบต้มกินต่างน้ำชาครับ หรือจะตัดทั้งยอดใบกิ่งนำไปตากแห้งบดเป็นผงร่อนแล้วบรรจุซองใยบัว ชงดื่ม รสชาติขมอมหวาน หรือจะเด็ดใบสดๆกินวันละ ๒-๓ ใบก็ได้ บางคนก็นำไปลวกกินกับน้ำพริก
   ถ้าท่านมีอาการของโรคเหล่านี้ ลองดูไม่เสียหลายไม่มีพิษมีภัยอะไร เบาหวาน , มะเร็ง .เก๊าท์ , ความดันสูง ฉี่กะปริบกะปรอย ดื่มกินควบคู่กับยาแผนปัจจุบันก็ได้ ต้มใบสดป่าช้าหมอง สัก ๑๐ ใบ ใบเตยสัก๒-๓ใบ ใส่น้ำท่วมยา ต้มกินต่างน้ำ รสชาติจะขมหวานหอมใบเตย
    มีเรื่องเล่า ขอสงวนนามผู้ป่วย เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ไปตรวจมีก้อนขนาด ๖ เซนติเมตร รักษาโดยการฉายแสง ฉีดคีโมและกินยาตามหมอสั่ง จนตัวลอก มือเท้าลอก หมดทางรักษา หลังจากนั้นหันมากินสมุนไพรป่าช้าหมอง กินเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน มื้อละ ๓ ใบ เลิกกินยาแผนปัจจุบัน วัดค่ามะเร็งเป็นศูนย์ เดี๋ยวนี้บอกไปตีก๊อลฟ์สบาย
   ขอแถมท้ายอีกนิดครับสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ผมรู้ข้อมูลแล้วไม่บอกต่อมันนอนไม่หลับ เห็นใจทั้งผู้ป่วยมะเร็งและญาติ ตลอดชีวิตผมพยายามที่จะสืบเสาะแสวงหาทางออกสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง จะได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม เจอมาเยอะครับ เป็นมะเร็งทั้งๆที่ยังแข็งแรง พอส่งเข้ารักษา ด้วยสารเคมี ไม่นานต้องไปอยู่วัดหมด
    คุณมงคล สิมะโรจน์ นักธุรกิจ ออกมาเปิดเผยความในใจ ในฐานะสามีผู้ป่วย เนื่องจากภรรยาของเขาเป็นมะเร็งเต้านม พอรู้มันแสนปวดร้าวเหมือนตายทั้งเป็น นำภรรยาไปรักษา ฉีดคีโม ต่อมาลามไปถึงปอดและกระดูก ปรึกษาภรรยา ว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว ให้ทำใจ บังเอิญมีคนแนะนำให้กินยาชื่อ วีเจ. เจ้าของยาชื่อวิชัย อยู่ที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรม
   คุณมงคล บุกไปถึงโรงงาน เพื่อขอทราบรายละเอียดว่ายามี อย.หรือไม่ เจ้าของบอกว่ายานี้ได้รับรองผล อย.มาจากมองโกเลีย แต่บ้านเราได้ อย.เป็นอาหารเสริม คุณมงคลซื้อมาให้ภรรยากิน ผ่านมาหลายเดือน ไปตรวจหาเชื้อมะเร็งไม่เจอ
   “ ผมไม่กล้ายืนยันว่า เมียผมหายด้วยการฉีดคีโม หรือกินยานี้ แต่อยากบอกทุกคนว่าเรื่องจริงเป็นแบบนี้ หากท่านใดอยากรู้ ก็โทรไปคุยดูกับ เจ้าของยาได้  ๐๘๑-๕๙๑-๒๓๘๒ และ ๐๘๑-๘๗๔-๑๔๑๓”
    ก็ขอให้ผู้ป่วยทุกท่านหายวันหายคืนนะครับ ท่านได้อ่านบทความนี้แล้วก็ถือว่าได้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ความหวังยังมี ท่านหายป่วย คุณมงคล สิมะโรจน์ ก็ได้บุญ ผมพลอยมีความสุขไปด้วย
                                               -----------------------------------------
  
  

นิ่วในถุงน้ำดี "สลายสิ้นเพียงไม่กี่วัน"
                                   นิ่วในถึงน้ำดี
                      “ สลายสิ้นเพียงไม่กี่วัน”
                                        จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ถุงน้ำดีทำหน้าที่เหมือนอ่างเก็บน้ำ ซึ่งทำให้น้ำดีเข้มข้นขึ้น พร้อมใช้งานเวลาที่มีอาหารตกลงมาถึงทางเดินอาหารส่วนต้น ถุงน้ำดีจะบีบตัวให้น้ำดีออกมาคลุกเคล้ากับอาหาร น้ำดี สร้างจากตับ ไหลลงมาตามท่อน้ำดี ร่วมทำหน้าที่จับกับไขมันในอาหาร เพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
 
      กรณีมีนิ่วในถุงน้ำดีนั้น เกิดจากองค์ประกอบในน้ำดีตกตะกอน เวลาที่มีการดูดซึมน้ำออกไปจากน้ำดีภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี เป็นเหตุให้มีการตกผลึกของคอเลสเตอรอล และมีหินปูน (สารแคลเซียม) จับตัวร่วมด้วย เมื่อรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ ก็จะกลายเป็นการสะสมของสารพิษและเป็นปัจจัยของโรคร้ายเรื้อรังหลากหลายเช่นมะเร็งป็นต้น
       อาการของนิ่ว เมื่อเกิดขึ้นแล้ว อาจมีอาการตั้งแต่ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางครั้งนิ่วไปอุดท่อถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งมีอันตรายรุนแรงถึงชีวิตได้
      แพทย์แผนปัจจุบันมักเลือกวิธีการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก ตามที่ได้ศึกษามาซึ่งการตัดถุงน้ำดี ไม่มีผลต่อการย่อยอาหาร เพราะน้ำดีสร้างมาจากตับ ถุงน้ำดีเป็นเพียงที่เก็บพักน้ำดีเท่านั้น
      คุณประถม จากบ้านหนองแวงแห่ จังหวัดร้อยเอ็ดหลังจากไม่สบาย ไปตรวจพบนิ่วก้อนใหญ่ในถุงน้ำดี หมอแนะนำให้ผ่าตัด กลับมานอนคิดจะผ่าดีหรือไม่ผ่าดี ถ้าผ่ากลัวจะเกิดอาการลามปาม โรคนั้นโรคนี้จะตามมา กลัวโรคแทรกซ้อน คิดอยู่นาน บังเอิญมีคนแนะนำว่าลองกินสมุนไพร “เทพประทานสังหารโรค” ดู ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยผ่า
     หลังจากนั้นได้ลองกินสมุนไพรเทพประทานรักษาโรค ปรากฏว่าเพียงไม่ถึงสัปดาห์ อาการปวดทรมานเริ่มทุเลาลง อาการท้องอืด ก็ค่อยดีขึ้น อาการมีไข้อุ่นๆก็หายไป คิดว่าน่าจะมาถูกทางแล้ว พอกินหมดขวด ไปหาหมอตรวจ กลับไม่พบนิ่วก้อนใหญ่ในถุงน้ำดีอีกเลย
    อยากบอกเป็นวิทยาทานสำหรับผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี จะได้ไม่ทรมานอีกต่อไป ไม่ต้องผ่าตัดให้เสียเงินเสียทองมากมาย ลองปรึกษาไปที่ ๐๘๕-๒๔๕-๘๐๘๑
   นับเป็นประสบการณ์ตรงของผู้ป่วย นิ่วในถุงน้ำดี ที่อยากจะนำมาถ่ายทอด ให้ทุกท่านได้เป็นกรณีศึกษา หมอพื้นบ้านเราส่วนใหญ่จะบอกว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” หากบุญพาวาสนาส่งหมดเวรหมดกรรม พบทางสว่างโรคร้ายก็หายมลายไปสิ้น ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ