สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคหัวใจ
                                                           โรคหัวใจ
                            “บำบัดด้วยน้ำมะพร้าวและขึ้นฉ่าย”
                                                               พันธุ์   แสนไพร  รวบรวม/เรียบเรียง

               โรคหัวใจ ฝรั่งเรียก Heart Disease เป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง ที่เราต้องระมัดระวังใส่ใจในการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะโรคนี้บางครั้งมาแบบเฉียบพลัน 
              ลองสำรวจตัวเองว่าร่างกายเรามีสิ่งบ่งชี้ที่เป็นไปตามลักษณะนี้หรือเปล่า คือออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย จะรู้สึกเหนื่อยผิดปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก คือ รู้สึกเหมือนหายใจอึดอัด และแน่นบริเวณกลางหน้าอก เหมือนมีของหนักทับอยู่ หรือรัดไว้ให้ขยายตัวเวลาหายใจ
            บางคนมีอาการใจสั่นและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งปกติหัวใจของคนเราจะเต้นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอประมาณ  ๖๐-๑๐๐ ครั้ง/นาที แต่สำหรับคนที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจขยับไปถึง  ๑๕๐-๒๕๐ ครั้ง/นาที อัตราการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอนี้ จะทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่ทัน
         และมีอีกมากที่ เป็นลมหมดสติ โดยจะเกิดในท่ายืนมากกว่านั่ง ทำให้ขณะล้มลงศีรษะมีโอกาสฟาดพื้น และเกิดการกระทบกระเทือนต่อสมอง ดังนั้น ใครที่เป็นลมบ่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็น โรคหัวใจ ได้
        แค่นั้นยังไม่พอ คนที่เป็นโรคหัวใจขาหรือเท้าจะบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อกดดูแล้วมีรอยบุ๋มตามนิ้วที่กดลงไป ซึ่งหากเกิดขึ้นกับใคร ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คโดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า เวลานี้คุณอาจอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลวโดยที่ไม่รู้ตัว
        อีกอาการคือปลายมือ ปลายเท้า และริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ อาการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ทางเดินของเลือดในหัวใจห้องขวากับห้องซ้ายมีการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการผสมของเลือดแดงกับเลือดดํา และทําให้ปริมาณของออกซิเจนในเลือดมีปริมาณน้อยลง
         การไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพประจำปี เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถคาดคะเนความเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจ ได้ เช่น ตรวจเลือดแล้วพบว่าเป็นเบาหวาน หรือมีไขมันในเลือดสูง ก็อาจสันนิษฐานได้ว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบได้เช่นกัน หรือเอ็กซเรย์แล้วพบว่า ขนาดของหัวใจโตกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว และกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวอ่อนกำลังลง ทำให้ห้องต่างๆ ของหัวใจขยายขนาดใหญ่ขึ้น 
             ต้องทำความเข้าใจว่า
หัวใจคนเรานั้นมี ๔ ห้อง แบ่งซ้าย - ขวา โดยผนังของกล้ามเนื้อหัวใจ และแบ่งเป็นห้องบน –ล่างโดยลิ้นหัวใจ ในทุกๆ วัน หัวใจคนเราปกติจะเต้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ครั้ง และสูบฉีดเลือดประมาณวันละ ๒,๐๐๐ แกลลอน หัวใจไม่เคยหยุดทำงาน
           ในการดูแลรักษาหัวใจไม่ให้ทำงานผิดปกติ ภูมิปัญญาพื้นบ้านตำรายาไทยที่หมอพื้นบ้านนำมาใช้รักษาผู้ป่วยมัก
ใช้ผักขึ้นฉ่ายสด ๑  กำมือ มะพร้าวอ่อน ๑  ลูก โดยนำมะพร้าวมาปอกตัดหัวออก เอาต้นขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อนๆ ๑-๒ นิ้ว ใส่ลงไปในลูกมะเพร้าว แล้วนำไปเผาไฟให้เดือด ยกลงรอพออุ่นดื่มน้ำให้หมด วันละครั้งติดต่อกัน ๑ อาทิตย์ หลังจากนั้นทำดื่มวันเว้นวัน ประมาณ ๑-๒ เดือน หัวใจท่านจะแข็งแรงปกติ
          สำหรับสรรพคุณของผักขึ้นฉ่ายนั้นจะช่วยคุมกำเนิด โดยมีฤทธิ์ลดปริมาณการสร้างอสุจิ ลดอัตราการตั้งครรภ์ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ เป็นยาดับร้อน บำรุงสมองช่วยความจำ และมีสารต้านมะเร็ง ใช้รักษาโรคหัวใจ ความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด นอกจากนั้นยังใช้ขับเสมหะได้อีกด้วย มีรายงานว่า ชาวเอเซียใช้ขึ้นฉ่ายในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ลดความดันโลหิตมากว่า  ๒,๐๐๐ ปีแล้ว และชาวเวียดนามใช้ขึ้นฉ่ายทั้งต้นรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ประมาณ ๔ ก้านมาต้มกิน

  สมุนไพรทองพันชั่ง

         การรักษาโรคหัวใจบางตำราจะใช้
สมุนไพรทองพันชั่ง กำแพง ๗ ชั้น ชะเอมเทศ ข้าวเย็นเหนือข้าวเย็นใต้ กำมะถันเหลือง อย่างละ ๑๐ บาทยา (  ๑ บาทยาเท่ากับ ๑๕ กรัม) นำตัวยาใส่ลงไปในหม้อเติมน้ำท่วมยา ต้มดื่ม ๑ ถ้วยตะไล วันละ ๓ เวลา หลังอาหารเป็นประจำทุกวัน แก้โรคหัวใจโต หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลียเหนื่อยหอบ
      ตัวยาไม่ต้องหนักใจ หาซื้อตามร้านแพทย์แผนไทย ปัจจุบันยิ่งง่าย อยู่ที่ไหนก็โทรสั่งได้ ที่ร้านสมุนไพรท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ ๐๒-๔๕๗-๘๙๙๖ ขอบคุณสมุนไพรท่าพระจันทร์ ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานของ
www.jamrat.net ได้ช่วยเป็นสปอนเซอร์( Sponsor ) สนับสนุนอีกทางหนึ่ง ให้เว็บนี้ยังคงอยู่ต่อไป

ขอบคุณภาพจาก www.zabwer.com 

       ข้อมูลจำเพาะ   ถ้วยตะไล คือถ้วยที่ใส่ขนมถ้วย คนสมัยก่อนเรียก “ขนมถ้วยตะไล” ถ้วยที่ใส่ขนมแล้วเอา ๒ ฝาปิดประกบกัน
                                              ----------------------------------------------
               
 
 
 
 
               
 
            

blog comments powered by Disqus