เรื่องเล่าสุขภาพ

โรคไม่สู้เมีย

“โรคไม่สู้เมีย”
         ช่วงวันที่ ๓๑ สิงหาคม-๔ กันยายน ๒๕๕๔ ที่อิมแพคเมืองทองธานี มีการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ผมได้สะพายกล้องไปบันทึกภาพสมุนไพรดีๆจากทุกภาคที่มาร่วมแสดงในงาน



ท่ามกลางผู้คนที่สนใจและรักสุขภาพมาร่วมงานอย่างล้นหลาม มีทั้งการดูดวง ทายดวงชะตาด้วยผีย่าหม้อนึ่ง โดยอาศัยผีย่าหม้อนึ่ง อันเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ การนวดจับเส้น การประคบ และกรรมวิธีการผลิตสมุนไพร ไปจนถึงการจำหน่ายสมุนไพรในการบำบัดโรคต่างๆ

   สำหรับบูธของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จะมีคุณลุงคุณป้ามามุงดูนิทรรศการของศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทย อภัยภูเบศร
   หลายคนยืนจดข้อมูลที่เขียนไว้บนกระดาษแผ่นใหญ่ หลายคนรับเอกสารแจกฟรี ซึ่งมีทั้งการดูแลสุขภาพและขั้นตอนการทำสมุนไพรใช้เอง


    และสูตรที่หนุ่มใหญ่สนใจคือ ยาดองอายุวัฒนะบำรุงร่างกาย บำรุงกำลังและรักษาโรคไม่สู้เมีย ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรตำยานหรือบางคนก็เรียก อบเชยเถา เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ส่วนที่ใช้คือใช้เถา   และสมุนไพรข้าวเย็นเหนือใช้หัว แก้น้ำเหลืองเสีย ตัวยาที่สามคือ สมุนไพรเดื่อหอมก็ใช้รากทำยา  แก้ตับพิการ หัวใจพิการ ขับลมในลำไส้  บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้พิษอักเสบ


   วิธีดองยา หาขวดโหลแก้วปากกว้างมา ๑ ใบ นำสมุนไพรเถาตำยาน หัวข้าวเย็นเหนือ และรากเดื่อหอม ในอัตราส่วนเท่ากันสับเป็นชิ้นเล็กๆ ไส่ผ้าขาวบางแล้วห่อไว้ นำใส่ลงไปในขวดโหลยาดอง เทเหล้าขาว ๔๐ ดีกรี ให้ท่วมตัวยา หรือจนเต็มโหลยาดอง จากนั้นคอยคนยาวันละครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ ๑  เดือน จึงสามารถรับประทานได้
    ขนาดรับประทาน วันละ ๑ -๒ ครั้ง ครั้งละ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ หรือ ๑ ถ้วยตะไล ( ๑๕-๓๐ ซีซี )
จะทำให้ร่างกายแข็งแรง บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ และเหนือสิ่งอื่นใดคือรักษาโรคไม่สู้เมีย ดื่มแล้วเมียอย่าเถียง สู้ไม่ถอย ฮ่าๆๆ
                                       --------------------------------------------------
                            บำรุงเลือด-ฟอกเลือด 
     อีกตำรับยาที่ได้รับความสนใจคือตำรับบำรุงเลือด – ฟอกเลือด ทำให้เลือดลมไหลดี สุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะคนที่มีใบหน้าหมองคล้ำ เป็นผ้า บ่งบอกถึงเลือดลมไม่มี และปวดๆเมื่อยๆตำรับยาที่ปราชญ์พื้นบ้านสืบสานต่อกันมาคือยาดองมะกรูด
    ประกอบด้วยสมุนไพร กำแพง ๗ ชั้น ๒๐ กรัม  คำฝอย ๔๕ กรัม เถาวัลย์เปรียง ๒๐  กรัม โคคลาน ๒๐  กรัม แห้วหมู  ๒๐  กรัม เปราะหอม ๒๐  กรัม กระชาย  ๒๐  กรัม
   วิธีทำ นำสมุนไพรทั้งหมด มาห่อด้วยผ้าขาวบาง ไส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำ ๓๖๐๐ มิลลิลิตร ต้มเคี่ยวให้เหลือ ๑๒๐๐ มิลลิลิตรเติมเกลือลงไป ๑๐๐ กรัม ให้พอเค็ม หลังจากนั้นให้นำมะกรูดจำนวน๓๓ ลูก มาผ่าซีกครึ่งลูก แล้วนำมาเรียงในขวดโหลแก้วปากกว้าง เสร็จแล้วเทน้ำสมุนไพรที่ต้มจนเดือดเทลงไปในขวดโหลที่เรียงมะกรูดรองพื้นเรียบร้อยแล้ว ปิดฝาให้สนิท ตั้งทิ้งไว้กลางแจ้ง ๓ วัน จากนั้นดองทิ้งไว้จนมะกรูดนั้นเปื่อยจึงรับประทานได้
     รับประทานครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละ  ๒ ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น ตัวยาจะไปบำรุงเลือด-ฟอกเลือด เลือดลมไหลดี  สุขภาพจะแข็งแรง ไม่เหนื่อยไม่เพลีย ใบหน้าจะแดงฝาด สิวผ้าไม่มี
                                            -----------------------------------------
                            แก้ธาตุเสีย-กันและแก้ไข้
     ตำรับนี้มีมาเนิ่นนานตั้งแต่เมื่อครั้งพุทธกาล โดยปรากฏในพระไตรปิฏก พระพุทธเจ้าสอนให้พระสงฆ์ฉันยาน้ำมูตรเน่าเพื่อรักษาอาการอาพาตได้ และที่นำมาให้ท่านผู้อ่านได้ศึกษาคือสูตรยาดองน้ำมูตรเน่าของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
    ตัวยามีดังนี้ครับ สมอไทย ขิง ข่า กระเทียม  พริกไทย ดีปลี ใบชะพลู รากชะพลู เกลือสมุทร(เกลือทะเล) หรือเกลือสินเธาว์(เกลือดิน) และพริกชี้ฟ้าจำนวนพอสมควร


   วิธีทำ นำตัวยาทั้งหมดล้างให้สะอาดแล้วทุบหรือตำให้ละเอียด เคล้าให้เข้ากันดี แล้วจึงบรรจุลงในไหหรือโหลที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นนำน้ำปัสสาวะของใครของคนนั้นนะครับประมาณ ๑  ส่วน กับน้ำเปล่า ๓ ส่วน ผสมกันแล้วต้มให้เดือด ตั้งทิ้งไว้พออุ่น กรองด้วยผ้าขาวบางแล้วเติมลงไปในไหยาหรือโหลยา ให้น้ำท่วมตัวยาทั้งหมด หลังจากนั้นปิดฝาจุกให้แน่นทิ้งไว้เจ็ดวันจึงใช้ได้
    ขนาดรับประทาน ครั้งละ ๑ ถ้วยตะไล ก่อนอาหาร เช้า – เย็น  ตำรับนี้ส่วนใหญ่พระธุดงค์ที่อยู่ป่าเขา หรือสำนักสงฆ์ต่างๆมักจะดองเก็บไว้เป็นยาประจำตัว ไว้ใช้ยามเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งการป้องกันและแก้ไข้ ตำรับนี้ผู้เขียนเคยซดมาแล้ว สมัยไปทำข่าวบนเทือกเขาภูพาน กับนักข่าวรุ่นพี่คุณจำลอง  บุญสอง จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อร่อย แซบหลายฮ่าๆๆ
 ------------------------------------------------------------
  

blog comments powered by Disqus