สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มหัศจรรย์น้ำผักสดปั่น
                                                มหัศจรรย์น้ำผักสดปั่น
                              รักษาโรคที่ไม่ใช่เชื้อโรคหายขาด
                                                   จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
             ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ สำหรับน้ำผักสดปั่น ที่ไม่ผ่านความร้อน สามารถรักษาโรคที่ไม่ใช่เชื้อโรคให้หายขาดได้ มีหลายคนที่ผมรู้จัก หลังปฏิเสธการรักษาตามแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วกลับมาดูแลสุขภาพด้วยธรรมชาติบำบัด ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ และดูแลเรื่องอาหารการกิน ผลปรากฏว่าแค่อาทิตย์เดียว จะรู้สึกว่าร่างกายมีเรี่ยวแรง สดชื่น ถ้าปฏิบัติถึงหนึ่งเดือนและเลยสามเดือนไป จะมั่นใจมากยิ่งขึ้น เมื่อไปโรงพยาบาลตรวจจะไม่พบอาการของโรคอีกเลย จนหมอที่ตรวจจะต้องประหลาดใจ
         นี่แหละครับเขาเรียกธรรมชาติช่วยชีวิตไม่ใช้ยาเคมีที่มนุษย์ทำขึ้น หากแต่เป็นพฤกษะเคมี (Phyto chemical) ในใบไม้และผักสดนั่นเอง
ผมเคยไปอยู่ภาคเหนือของอินเดีย ที่เขาอาบู กินผักสดปั่นทุกวัน เป็นการถนอมฟันไม่ต้องเคี้ยว ถนอมกระเพาะ ไม่ต้องทำงานหนัก ทำให้ยืดอายุการใช้งานของร่างกาย ทำให้แก่ช้า ตื่นตีสีนั่งสมาธิ เช้าเดินเท้าเปล่าบนยอดเขา และนั่งมองรับแสงดวงอาทิตย์ในรุ่งอรุณเพื่อเพิ่มพลัง
        จำได้ช่วงนั้นผมเคร่งครัดมาก นุ่งขาวห่มขาว สะพายย่าม แล้วเปิดเพลงบรรเลงเบาๆฟังเพื่อให้จิตใจผ่อนคลายเหมือนอยู่นอกโลก หลังจากนั้นพี่สาวก็ตามกลับเมืองไทย อยู่นานกลัวกู่ไม่กลับ ฮ่าๆๆ
         ท่านเคยเป็นโรคเหล่านี้ไหมครับ โรคมะเร็ง, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันตัวเลวสูง, ไตเสื่อม, ภูมิแพ้, แพ้ภูมิตัวเอง (โรคพุ่มพวง), เส้นโลหิตสมองตีบ, เส้นโลหิตหัวใจตีบ, เข่าอักเสบ, ซึมเศร้าก็มีส่วน เลือดข้นผิดปกติ, ตับอักเสบเรื้อรัง  ถ้าเป็นรีบเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาทำน้ำผักสดปั่นกินให้เร็วที่สุด เพราะโรคที่กล่าวมามีคนเป็นแล้วกินน้ำผักสดปั่นหายมาแล้ว
          เพื่อนผมคนดังคนหนึ่งถ้าเอ่ยชื่อท่านต้องรู้จัก หุ่นสมบูรณ์ครับ ไขมันเยอะ แถมเบาหวานขึ้น ๒๔๓ ปกติต้องไม่เกิน ๑๓๐ กินยาเคมีคุมตลอด ถ้าไม่กินยาตัวเลขก็ขึ้นเหมือนกับเข็มไมล์รถยนต์ ฮ่าๆๆ
          สงสัยต้องกินยาจนชั่วชีวิต คนที่เป็นเบาหวานต้องดูแลอาหารที่เราป้อนเข้าสู่ร่างกายมากกว่าคนปกติ ถ้ากินน้ำตาลมากเกินไปอันตราย ปกติคนที่ไม่เป็นเบาหวานกินน้ำตาลได้วันละไม่เกิน ๖ ช้อนชา เพราะน้ำตาลในเลือดมีครึ่งช้อนชาแล้ว ไม่เชื่อไปถามคนแถบภาคอีสานที่ชอบกิน “ซกเล็ก - ลาบเลือด” หรือ “เลือดแปลง”  มันจะมีรสหวานนิดๆ ฮ่าๆๆ อดีตผมเคยลองกิน ตอนนี้เลิกเด็ดขาด
            คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมักแถมอีก ๓ โรค ได้แก่ความดันโลหิตสูง, ไขมันตัวเลวสูง และโรคไตเสื่อม ค่าไตปกติของคนเราจะอยู่ที่ ๐-๑.๒๕  ยาเบาหวาน ความดันและลดไขมันล้วนทำให้ไตเสื่อมแทบทั้งสิ้น หากรับยาไปนานๆจะทำให้ไตเสื่อมถึงขนาดฟอกไต ซึ่งทรมานมาก  เคยฟังหมอที่โรงพยาบาลรามา พูดให้ฟังเรื่องการล้างไต ฟอกไต อัตราเสี่ยงชีวิตสูงมาก
           ขอยกตัวอย่างคนที่เป็นโรคมะเร็ง  กินโปรตีนสูงประจำ ไม่กินผักและผลไม้ เครียดเป็นประจำ และ นอนดึก คือนอนหลังตีสองบ่อยๆ  เมื่อเป็นมะเร็งส่วนใหญ่จะให้คีโมและฉายแสง นั่น เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด
        เมื่อฉีดคีโมหรือเคมีบำบัด อีกประมาณ ๒ ปี ก็กลับมาเป็นใหม่ ปกติอนุมูลอิสระ (Free Radical) ที่ก่อให้เกิดมะเร็งมีอยู่ทุกคน หากร่างกายแข็งแรงและไม่เข้าองค์ประกอบข้างต้นก็จะไม่ป่วยเป็นมะเร็ง
       ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องหยุดทบทวนให้อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อร่างกายจะได้สร้างภูมิต้านทานไปเยียวยา ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยกตัวอย่างเห็นชัดๆถ้าเราโดนมีดบาด ไม่ต้องไปทำอะไร ไม่ต้องกินยา ร่างกายจะเยียวยารักษาเองจนแผลปิดสนิท
      
โดยปกติร่างกายคนเราจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมาระหว่างเวลา  ๒๒.๐๐ น. – ๐๒.๐๐ น. ในขณะที่เราหลับลึก (หลับๆตื่นๆ จะไม่หลั่ง) แล้วโกรทฮอร์โมนจะนำเอ็นไซม์ (Enzyme โปรตีนในพืช) และพฤกษะเคมี (Phyto chemical) จากใบไม้สดและผักสดที่ไม่ผ่านความร้อนไปซ่อมอวัยวะทุกส่วนที่เสื่อมให้เป็นปกติ
       
ในร่างกายคนเราจะมีเอ็นไซม์ (Enzyme) อยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่เมื่ออายุ ๓๐ ปีล่วงไปแล้ว เอ็นไซม์จะค่อยๆลดน้อยถอยลง ไม่พอที่จะซ่อมแซมอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย  จึงจำเป็นต้องกินใบไม้สดและผักสดที่ไม่ผ่านความร้อนเข้าไป เพื่อให้ร่างกายนำไปเยียวยาในส่วนที่มีปัญหา
        ทำไมพืชผักต้องไม่ผ่านความร้อนเพราะความร้อนไม่ว่าเกิดจากการลวกหรือโดนแสงแดดทำให้เอ็นไซม์ (Enzyme) หายหมด อย่างไรก็ตามหากใบไม้สดและผักสดนำไปแช่ตู้เย็น แม้ต่อมาใบไม้จะช้ำบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรแช่ไว้เกิน ๑ สัปดาห์ หากท่านนำใบไม้หรือผักสดไปลวกก่อนนำมาปั่นจะเหลือแต่ซากใบไม้และซากผักไม่มีเอ็นไซม์ (Enzyme)ใช้รักษาไม่ได้
           สำหรับใบไม้มีพิษ ที่ห้ามนำมาปั่นได้แก่ใบยี่โถ,ใบลั่นทม, ใบชวนชม, ใบลำโพง, ใบรำเพย, ใบตำแย, ใบหมามุ่ย, ใบตีนเป็ดหรือพญาสัตบรรณ    ส่วนประเภทว่านก็มี ใบสาวน้อยประแป้ง และใบรัก ยังมีอีก แต่คนทั่วไปมักไม่ค่อยรู้จัก  โดยสรุปคือใบไม้แปลกๆพิสดารไม่ควรนำมาปั่น   และผักที่ห้ามนำมาปั่นสดๆได้แก่ ถั่วงอก, กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว, มันฝรั่ง, หน่อไม้, ผักโขม ผักเหล่านี้ควรกินสุกอย่างเดียว
         การทำพืชผักสดปั่น ก็ให้นำพืชผักหลายๆชนิดเช่น ใบบัวบก, ใบขี้เหล็ก, ใบสะเดาให้ใส่ ๒-๓ ใบ เพราะรสขมจัด, ใบมะระขี้นก, ใบกระท่อมมาเลย์, ใบชะมวง, ใบมะม่วงหิมพานต์, ใบเตย, ใบข่อย, ใบมะรุม, ใบฝรั่ง, ใบชมพู่, ใบคื่นฉ่าย, ใบสะระแหน่, ใบมะกรูด, ต้นตะไคร้, ใบมะยม, ใบชะพลู, ใบโหระพา, ใบกระเพรา, ใบเข็ม, ใบแสงจันทร์, ใบมะนาว, ใบมะม่วง, ใบขนุน, ใบหม่อนเบอร์รี่, ใบจิงจูฉ่าย, ใบหญ้าปักกิ่ง, ใบขลู่นา, ใบว่านฮ็อก, ดอกขจร (ดอกสลิด), นอกเหนือจากนี้ก็ได้ที่เราเคยกิน
         เอามาปั่นเท่าที่หาได้หรือสลับชนิดกันในแต่ละวันก็ได้ ถ้าใส่ใบขี้เหล็กก็จะทำให้นอนหลับสบายหลับลึก ระวังขโมยขนของหมดบ้าน ฮ่าๆๆ
         หรือจะใช้ใบบัวบก แอปเปิ้ลเขียว กล้วยน้ำว้าห่ามๆ มะเขือเทศสีดาผสมก็ได้ ทำเสร็จขอให้มีรสขมนำนิดหน่อยก็จะดีมาก โบราณว่าขมเป็นยา พวกเบาหวานกลัว  นำใบพืชผักหลายๆชนิดใส่ในโถปั่นเกือบเต็มโถปั่น แล้วใส่น้ำประมาณ ๖๐๐  ซีซี ขนาดขวดน้ำดื่มขนาดกลาง ปั่นให้ละเอียด  ให้ใช้เวลาน้อย เพราะปั่นนานความร้อนจากเครื่องจะออกมาผสมกับน้ำปั่น
           เสร็จแล้วกรองกากทิ้งหรือกินทั้งกากก็แล้วแต่ถนัด แต่การกินทั้งกากจะขับถ่ายได้ดีกว่า คนที่ท้องผูก ลองกิน เช้า – เย็น  ๑,๒๐๐ ซีซี อาจถ่ายวันละ ๓ ครั้ง ตัวเบาเลย คนเราถ้าลำไส้สะอาดโรคไม่เกิดครับ
          สำหรับ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันตัวเลวสูงและไตเสื่อม ให้กินยาที่ท่านกินอยู่แล้วร่วมกับน้ำใบไม้ปั่นต่อไป ๑ สัปดาห์แล้วจึงหยุดกินยาได้ สำหรับคนที่เส้นโลหิตสมองตีบเส้นโลหิตหัวใจตีบหากกินยาขยายหลอดเลือดอยู่ให้กินไปตลอดชีวิต นอกจากนี้คนที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆก็สามารถกินน้ำใบไม้และผักสดปั่นได้ จะทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ไม่เหนื่อย ไม่เพลีย
         กรณีกินไปนานๆหากรู้มึกมึน ๆ หรือ หวิว ๆ หรือวูบ แสดงว่าน้ำตาลต่ำ ให้กินน้ำผึ้งรวง ๑ ช้อนแกงหรือน้ำตาลปึก ๓ ช้อนชาจะหายทันที เพราะน้ำตาลที่ไปเลี้ยงสมองจะเข้าไปสู่สมองทันทีโดยไม่ต้องให้อินซูลินนำไป สมองคนเรานั้นต้องการ ๒ อย่างได้แก่น้ำตาลกับอ๊อกซิเจน) ตามหลักการแพทย์คนที่ไม่เป็นเบาหวาน ค่าน้ำตาลไม่ควรต่ำกว่า ๕๐
        ส่วนคนที่เป็นเบาหวานค่าน้ำตาลไม่ควรต่ำกว่า ๗๐ แต่บางคนกินน้ำปั่นใบไม้สดและผักสดค่าน้ำตาลต่ำถึง  ๓๒  ก็ยังปกติทุกอย่าง ถ้าน้ำตาลต่ำมากให้ลดใบไม้และผักสดลง ถ้าน้ำตาลสูงเกินไปให้เพิ่มปริมาณใบไม้และผักสดขึ้น ทั้งนี้แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน
     
กฎเหล็กอีกอย่างของการกินน้ำพืชผักสดปั่นก็คือหลังหกโมงเย็น ห้ามกินของหวานหากกินข้าวเสร็จก่อนหกโมงเย็นจะดีที่สุด  และก็ไม่ควรนอนเกินสี่ทุ่ม
       ข้อแนะนำไม่ควรกินรสเค็มจัด หวานจัด ไม่ควรกินของทอดที่ใช้น้ำมันพืชเพราะจะสะสมไขมันทรานส์ (Trans fat)ไขมันตัวเลวเป็นตัวก่อโรคด้วย  เมื่อท่านปฏิวัติตัวเองกินน้ำพืชผักสดปั่นตามข้อแนะนำ โรคทุกโรคก็จะห่างไกลท่าน และสามารถพิสูจน์เชิงประจักษ์ได้โดยการตรวจเลือดดู ท่านจะเห็นถึงความมหัศจรรย์ของน้ำพืชผักสดปั่น อย่างไม่น่าเชื่อ ฮ่าๆๆ
      จากประสบการณ์ตรง ที่อัยการสุรินทร์ วัตตธรรม จากจังหวัดสงขลา ได้บอกเล่าว่าน้องภรรยาป่วยเป็นเบาหวานนานกว่า ๓๐ ปี ฉีดอินซูลินมาแล้ว ๑๑ ปี ขนาดฉีดอินซูลินสามารถคุมน้ำตาลได้เพียง ๒๐๐ เพราะไม่ได้คุมอาหารเนื่องจากฝากท้องไว้กับร้านค้า แล้วยังมีไขมันตัวเลว(ldl) สูงมากถึงขนาด ทำบายพาสหัวใจแล้ว และไตเสื่อมหนักใกล้จะฟอกไต ตาเขียวเหมือนหมีแพนด้า
     อัยการสุรินทร์ ห้ามไม่ให้ฟอกไต เพราะอัตราเสี่ยงสูงเลยแนะนำให้กินน้ำปั่นใบไม้สดและผักสดที่ไม่ผ่านความร้อน โดยกินก่อนอาหารเช้าทุกวัน กินมาได้ ๓ เดือนเศษ หยุดฉีดอินซูลิน และหยุดยาทั้งหมดได้ ๑ เดือนเศษ  หลังจากนั้นหมอโรงพยาบาลราชวิถีนัดตรวจใหญ่ เมื่อดูผลแล็ปแล้ว คุณหมอ งง แล้วถามว่าคุณทำอย่างไรจึงหายหมดทุกโรค  เขาบอกว่ากินน้ำปั่นใบไม้สดและผักสดที่ไม่ผ่านความร้อน 
                                                  หมอบอกว่า  
“ให้กินต่อไป”  ฮ่าๆๆ
                                       ---------------------------------------------------------------
 
 
 
  

blog comments powered by Disqus