สมุนไพรท่าพระจันทร์

เรื่องเล่าสุขภาพ

มะเร็งตับ
                 มะเร็งตับและยาอายุวัฒนะ 
      “ ตำรับลับจากเทือกเขาควายแดนลาว”
                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง

           ทันทีที่ทราบข่าวว่ามีสมุนไพรดีใช้บำบัดอาการโรคมะเร็งตับ จากอาจารย์สมพงษ์  อุมะวรรณ อดีตผู้อำนวยโรงเรียนอุเทนพัฒนา อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ทำให้ผมร้อนรุ่มอยากไปสัมภาษณ์ เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งตับแล้ว มักจะยื้อยุดฉุดเวลาประวิงไว้เท่านั้น จะมีอาการบวมและเสียชีวิตไปในที่สุด            
          ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในระยะแรกมักไม่ค่อยมีอาการแสดง กว่าจะได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกก็มักอยู่ในระยะท้ายของโรคแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องโดยเฉพาะบริเวณข้างขวาส่วนบน ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่  ท้องบวมขึ้น น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ  เบื่ออาหาร ไม่รู้สึกอยากอาหาร  รู้สึกอ่อนเพลีย  มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ  คลำพบก้อนที่บริเวณตับ   ตัวเหลืองและตาเหลือง
          การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับมะเร็งตับ คือ การป้องกันและตรวจคัดกรองหามะเร็งตับ เนื่องจาก ๙๐% ของมะเร็งตับเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีจึงมีโอกาสเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับสูง หากมีมะเร็งตับเกิดขึ้น มะเร็งตับจะโตขึ้นเป็น ๒ เท่าภายในเวลา  ๓-๖ เดือน    
                  
         ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ผมนัดหมายกับอาจารย์สมพงษ์  เพื่อเดินทางไปสัมภาษณ์เรื่องสมุนไพรที่ใช้เยียวยารักษามะเร็งตับ ที่บ้านครูเชาว์  ช่วงชิง อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านปากทวย  อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม  ต้นเรื่องที่มาของสมุนไพรดังกล่าว  ซึ่งปัจจุบันครูเชาว์พักอาศัยอยู่ที่อำเภอท่าอุเทน ห่างจากตัวเมืองนครพนม ๒๕ กิโลเมตร
          วันนั้นพอรถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านท่านกวักมือให้มานั่งที่ศาลาทรงไทย พร้อมหอบหิ้วขวดยาดองขนาดยักษ์มาวางบนโต๊ะ ตามธรรมเนียมก็ต้องชิมก่อนการสัมภาษณ์ให้รู้รสชาติเสียก่อนฮ่าๆๆๆ : ซ่าส์ ไปตามลำคอ กลมกล่อมมาก ขนานต่อมาคือยาอายุวัฒนะเป็นยาเม็ด ซัดไปอีก อีก ๔ เม็ด สบายไปเลยฮ่าๆๆ
                     
          ครูเชาว์ ช่วงชิง ท่านเล่าให้ฟังว่า พื้นเพเดิมเป็นคนบ้านน้ำคำ ต.นาสะไม อ.ตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี หลังเรียนจบครูที่บ้านเกิด ก็ได้มาสอนอยู่ที่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ต่อมาได้ลาออกจากราชการครูก่อนกำหนด  ด้วยการที่ชื่นชอบเรื่องสมุนไพรมาแต่เด็กๆ จึงได้หันมาศึกษาเรื่องราวของยาสมุนไพรอย่างจริงจัง เดินทางเสาะแสวงหาตัวยาตลอดทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวประเทศเพื่อนบ้าน จนคุ้นเคยกับชาวบ้านตามแนวชายแดนเป็นอย่างดี         
         “ ผมได้รู้จักกับนายช่างโฮม หรือคุณชำนาญ อยู่ที่จังหวัดหนองคาย แนะนำมาว่า มีเพื่อนป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ ไปตรวจที่คลินิกหมอบอกว่าอยู่ได้ ๖-๗ เดือน  แต่หลังจากนั้นหมอก็ยังเห็นผู้ป่วยผ่านไปผ่านมาที่หน้าคลินิก เลยสอบถามและขอตรวจใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่างจนหมอประหลาดใจมาก”
               
         
   ซ้าย ผอ.สมพงษ์   ขวา ครูเชาว์
        ครูเชาว์อยากได้ตำรายาสมุนไพรรักษามะเร็งตับมาก จึงขอสูตรแต่เพื่อนมีข้อแม้ว่าต้องบอกสูตรยาอายุวัฒนะ “พระอินทร์บอก”  ที่ครูเชาว์มีอยู่ซึ่งตำรับยานี้ทำให้ครูเชาว์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแถบนี้ เหมือนกัน สรุปคือต้องแลกสูตรยากัน จึงจะได้  ว่ากันว่า หมูไปไก่มาว่างั้นเถอะ
       เมื่อได้ตำรายามาแล้วจึงนำมาทดลองใช้กับคุณจิตราภา  ศิริกุล น้องเมีย ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งตับหมอตรวจบอกว่าตับโตขึ้น ๕ เซ็นติเมตรแล้วญาติๆต้องมานั่งคุยกันเตรียมจัดงานศพแล้วเพราะอาการน่าเป็นห่วง ตัวผอมกินข้าวไม่ได้ท้องก็โต  กลางคืนนอนปวดท้องทรมานมาก หลังให้กิน ๑  ช้อน ตื่นเช้ามาโทรบอกว่าเมื่อคืนนอนได้ทั้งคืนไม่ปวด หลังจากนั้นก็เลยให้กินเช้า-เย็น กินต่อเนื่องจนหมดตัวยาที่ให้ไว้ประมาณ ๑ ขวดแบนเหล้า กินจนมะเร็งมันฝ่อ ปัจจุบันหายมาเป็นปีแล้ว  ครูเชาว์ยังบอกอีกว่า              
      “ ตำรายานี้ นำสมุนไพรหลายชนิดหนึ่งในนั้นมี สมุนไพรหมากแหล่ (ดำ) และยาหัวจากเทือกเขาควาย ซึ่งเป็นเทือกเขาใหญ่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาสูงมาก เทือกเขานี้เกจิอาจารย์ดังๆบ้านเราส่วนใหญ่จะต้องมาธุดงค์ที่นี่ เมื่อได้สมุนไพรแล้วนำมาดองกับเหล้าที่กลั่นจากข้าวเท่านั้น เพราะเหล้าขาวที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป จะมีส่วนผสมของกากน้ำตาลจากอ้อย ปุ๋ยยูเรียและน้ำกรด”
        ผมเพิ่งทราบว่าเหล้าขาวที่จำหน่ายทั่วไปมีส่วนผสมที่น่ากลัวคือน้ำกรดด้วย แต่แปลกเหล้าขาวที่กลั่นจากข้าวอย่างเดียวภูมิปัญญาไทยที่ใช้เป็นยากลับไม่ได้รับการสนับสนุน ใครผลิตกลายเป็นสุราเถื่อนถูกจับ
       “ เหล้าขาวที่กลั่นจากข้าวฝั่งลาวมีเยอะครับ ใช้เหล้าขาวที่ทำจากข้าว ดองตัวยาสมุนไพรไว้ ๑ ปี จะมีสรรพคุณทางยาสูง”  ครูเชาว์ให้ความมั่นใจ
     และรายต่อมาเป็นเพื่อนครูด้วยกันป่วยแล้วไปตรวจที่โรงพยาบาลพบมีไวรัสซีถึง ๓๕ ล้านตัว กินยาโรงพยาบาลบาลด้วยและนำตัวตัวยานี้ไปกินด้วย ผลปรากฏว่าไปตรวจอีกครั้งไม่มีไวรัสหลงเหลืออยู่เลย  ตำรับยานี้ไม่ต้องกลัวของแสลงกินได้ทั้งหมด ขอให้กินเหล้าได้ รอดแน่ กรณีพี่ชายของครูเชาว์ชื่อเจริญ ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ รักษาแผนปัจจุบัน หมอห้ามกินเหล้า ก็ไม่ได้ให้กินตำรับยานี้ ผลสุดท้ายก็เสียชีวิต
      ส่วนตำรายาอายุวัฒนะ “พระอินทร์บอก” ตำรับนี้ได้จากพระธุดงค์ไปพบหีบโบราณในถ้ำภูเขาควายเปิดดูเป็นภาษาขอม มีสูตรยาอายุวัฒนะ  “พระอินทร์บอก”  มีเรื่องเล่าว่าพระครูเมืองล้านช้างอายุ ๓๒๐ ปี อยู่จนเบื่อหน่ายขอลาตาย เนื่องจากเบื่อโลกเพราะอายุยืน
       ครูเชาว์เล่าว่าตำรับยาอายุวัฒนะหมายถึงกินแล้วร่างกายมีความสมดุล ขับถ่ายดีแข็งแรง มีความพร้อมไว้ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  แต่ก่อนกินวิ่งได้ ๕๐๐ เมตรหลังกินแล้ววิ่งได้เป็นกิโล ไม่เหนื่อย และสิ่งที่ตามมาอย่างน่าอัศจรรย์คือ นกเขาจะขันดีเป็นพิเศษ และคนที่ผมหงอกก็จะกลายเป็นดำ แถมอายุยืนอีกต่างหาก  ส่วนคนที่หน้าเป็นฝ้าเมื่อกินแล้วฝ้าก็จะหาย                     
        สำหรับตำรับยาอายุวัฒนะมี ๒ ขนานต้องกินควบคู่กัน เพื่อปรับธาตุร้อน-เย็นคนจีนเรียก หยิน-หยาง
            ขนานที่ ๑ สูตรยาเย็นมีตัวยาดังนิ้   สมุนไพรสุกในดิน คือขมิ้นชัน   บินอากาศคือ น้ำผึ้ง  สมุนไพรพาดงาไม้ คือบอระเพ็ด สมุนไพร หงายธรณี คือ หญ้าแห้วหมู  สมุนไพรสีบ่เศร้า คือใบศรีชมชื่น  สมุนไพรเฒ่าบ่เป็น คือใบหญ้านาง
           ขนานที่ ๒ สูตรยาร้อนมีตัวยาดังนี้ มีลูกจันทร์  มหาหิงคุ์  ยาดำ (ยาดำจากยางไม้ชนิดหนึ่งในเมืองจีน มีฤทธิ์ขมมากเป็นตัวสมานกระตุ้นให้ยาอื่นออกฤทธิ์)  พริกไทยดำ น้ำมะกรูด การบูร น้ำผึ้ง ทั้งสองขนานตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน กินเช้า สูตรยาร้อน ๒ เม็ด สูตรยาเย็น ๒ เม็ดรับรองแข็งแรงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง ฟิตเปรี้ยะหายห่วงฮ่าๆๆ

                                            

        ในการหาตัวยาสมุนไพรที่ค่อนข้างหายากและขั้นตอนการผลิตที่จะต้องตากแห้งแล้วบดผสมในอัตราส่วนที่หักล้างความเป็นพิษและเอื้อต่อสรรพคุณทางยาพร้อมทั้งความชำนาญพิเศษ แนะนำให้ ติดต่อ อาจารย์เชาว์ ช่วงชิง ได้เลยครับ ที่โทร ๐๘๕-๐๐๙-๖๔๔๓
         พูดถึงเรื่องมะเร็งหรือคนโบราณมักจะพูดว่าเป็นฝีในอวัยวะภายในร่างกาย  หมอพื้นบ้านจะมีสูตรเด็ดที่สืบทอดกันมายาวนาน และบางตำรับก็หายสาบสูญไปอย่างน่าเสียดาย  มีตำรับหนึ่งที่มีพระธุดงค์ได้รับมาจากจากสายพระป่า ผมเคยแนะนำไปแล้ว ก็ถือเป็นสุดยอดยา นั่นคือสมุนไพรกลั่นตำรับ
“ธุดงค์เก้าดอย”  มีสมุนไพรหลายชนิด ของพระธุดงค์ที่นำออกเผยแพร่ให้กลุ่มหมอยาเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ หากผู้ป่วยรักษาทางอื่นจนสุดทางเยียวยาแล้ว ก็ลองใช้ดู เผื่อหมดเคราะห์กรรมก็เป็นได้ เพราะมีผู้ป่วยที่เดินทางตามแนวทางธรรมชาติบำบัดพร้อมดื่มสมุนไพรดังกล่าวฝีภายในจะค่อยๆยุบหายไป  ชีวิตก็ดีขึ้นตามลำดับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลองดู “ลางเนื้อ ชอบลางยา” โทร ๐๘๓-๓๒๘-๙๙๔๙   แบ่งปันความสุข ช่วยเหลือสังคมร่วมกันครับ
                                                            -----------------------------
 
     
        
 
                                            

blog comments powered by Disqus