9 มิ.ย. 2554 เวลา 12:41 น., โดย จำรัส เซ็นนิล
ป้าอารีย์ สู้โรคด้วยสมุนไพร
ป้าอารีย์..สู้โรคร้ายด้วยสมุนไพร
ผมรู้จักคุณป้าอารีย์ อินทรสุวรรณ จากคุณสมพงษ์ วิสุทธิแพทย์อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ท่านแนะนำให้รู้จัก คุณป้าอารีย์ป่วยเป็นโรคมะเร็งแต่สามารถดูแลตัวเองจะจนสามารถเอาชนะมะเร็งได้ ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดงดเนื้อสัตว์ทุกชนิดหันมากินผักสีเขียวแทนปัจจุบันคุณป้าอารีย์ จะสนใจ เรื่องของสมุนไพรเป็นอย่างมากทั้งศึกษาจากคนเก่าคนแก่ตำราโบราณและผู้รู้ จนสามารถผลิตสูตรสมุนไพรต่างๆช่วยเหลือคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคภัยไข้เจ็บ คุณป้าอารีย์จะสืบเสาะหาสมุนไพรมาปลูกเพื่อไม่ให้สมุนไพรพันธุ์ต่างๆที่บรรพบุรุษสืบทอดมาต้องสูญหายสำหรับโรคที่หลายคนให้การยอมรับคือโรคสะเก็ดเงินที่คุณป้าอารีย์เคยให้คนป่วยไปลองใช้ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หลายคนที่ทรมานกับโรคสะเก็ดเงินมาหลายปี ทั้งคันปวดแสบมีแผลเป็นผื่นแดง เมื่อถูกอากาศหนาวเย็น แต่เมื่อมาใช้สมุนไพรของคุณป้าอารีแล้วเริ่มดีขึ้น และหายในที่สุด
คุณป้าอารีย์ อยู่จังหวัดระนองเวลามาเยี่ยมผมจะหอบหิ้วแกงไตปลา รสชาติของคุณป้าอารีย์เองมาฝากพร้อมสะตอ ขนมาแต่ละครั้งไม่ใช่น้อยๆเอามาแจกเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุให้อิ่มหนำสำราญกันไปตามๆกัน ทุกคนออกปากชมว่าฝีมือการปรุงแกงไตปลาป้าอารีย์สุดยอด ไม่สุดยอดได้ไงเป็นแม่ครัวเก่าอดีตเคยเปิดร้านขายอาหาร
เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ คุณป้าอารีย์บุกจู่โจมมาหาผมอีกครั้งโดยไม่บอกล่วงหน้า มาคราวนี้พกหลวงปู่ทวดรุ่นแรก มาฝากผม บอกให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองผม นั่งคุยกันไปก็ค่อยๆล้วงขวดยาสมุนไพรเซรั่มบำรุงผิวหน้าสีเหลืองๆบอกว่ามีส่วนผสมจากกลอยบำรุงผิวหน้าหน้าจะเต่งตึงลบรอยย่นบนผิวหน้าทั้งสิวและฝ้าจะหายไปพูดพลางก็หยดเซรุ่มสมุนไพรมาให้ผมทาหน้า อีกขวดก็เป็นสมุนไพรแก้ปวดๆเมื่อยๆตามมาด้วยสมุนไพรปลูกผมคุณป้าอารีย์บอกว่ามีคนใช้แล้วโทรกลับมาสั่งซื้อเพิ่มอีกเพราะผมดกดำขึ้นดี ก่อนกลับก็มอบตำรายากลางบ้านฝากผมอีกด้วย“ป้าอยากให้คุณจำรัสสืบสานตำรานี้แนะนำคนป่วยแทนป้าด้วยป้าก็อายุเยอะแล้วลูกๆไม่มีใครเอาสักคน ป้าชักท้อแล้ว” พูดแบบเศร้าๆดูเหมือนจะมีน้ำตาซึมๆที่เป้าตา วันนั้นคุณป้าอารีย์แนะนำผมว่าใครที่เป็นเริมให้หาสมุนไพรต้นใต้ใบมาตำผสมกับเหล้าขาวแล้วทาโรคเริมก็จะหาย ส่วนใครที่เป็นมะเร็งตับ ก็ให้หาสมุนไพรหนุมานประสานกาย สมุนไพรหมอน้อย และสมุนไพรหญ้าลิ้นงู อัตราส่วนเท่าๆกันมาต้มกินก่อนอาหารสามเวลาเช้าเที่ยงเย็นหายดีนักแล พูดถึงตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมีน้ำหนักโดยประมาณ ๒ % ของน้ำหนักตัว ตำแหน่งของตับอยู่ชายโครงขวาแบ่งเป็น ๒ กลีบคือกลีบขวาและซ้ายมีหลอดเลือดมาเลี้ยง ๒ เส้น ตับจะมีหน้าที่สะสมอาหารเช่นน้ำตาล โปรตีน ไขมัน และวิตามินไว้ให้ร่างกายใช้ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ทำลายของเสีย
นอกจากนี้ตับยังทำหน้าที่สร้างไข่ขาว ( Aibumin ) ซึ่งทำหน้าที่รักษาความสมดุลของน้ำในเซลล์และเนื้อเยื่อและยังนำฮอร์โมนไปเนื้อเยื่อสำหรับตัวยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งตับที่คุณป้าอารีย์แนะนำผมได้ค้นคว้าดูพบว่าสมุนไพรแต่ละตัวมีสรรพคุณทางยามากเดินลัดเลาะในสนามหญ้าข้างสถานีก็ยังคงพอมีให้เห็น
สมุนไพรหญ้าลิ้นงู คนจีนกลางเรียกว่าสุ่ยเฉียบฉ่าว จีนแต้จิ๋วเรียกจุ่ยจี้เช่า เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นเลื้อยยาวประมาณ ๖-๒๐ นิ้ว ลำต้นมีลักษณะเรียบเกลี้ยงเล็กยาวและแตกกิ่งก้านสาขาออกมาก ใบมีลักษณะแหลมเรียวเล็กไม่มีก้านใบ ออกดอกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมีประมาณ๒-๔ ดอกแยกออกกันเป็นคู่ๆบริเวณง่าม ผลมีลักษณะเป็นสันสี่มุมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒.๕ มม.เปลือกนอกแข็งไม่แตก ข้างในผลมีเมล็ดเล็กๆเป็นจำนวนมาก
สมุนไพรหนุมานประสานกาย ที่จังหวัดเลยเรียกว่านอ้อยช้าง คนจีนเรียก ชิดฮะลั้ง หนุมานประสานกายเป็นไม้พุ่มแกมเลื้อย เลื้อยได้ไกล ๒-๔ เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือเรียงสลับกันมี ๕-๘ ใบย่อย ฐานและปลายใบเรียวแหลม แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมันค่อนข้างแข็งและเหนียว ดอกออกเป็นช่อ ดอกย่อยมีขนาดเล็กสีเขียวช่อดอกยาวประมาณ ๗-๑๒ ซม. ผลรูปไข่สีเขียวอวบน้ำเมื่อแก่จัดจะมีสีแดงเหมือนสีเหล้าองุ่น
สมุนไพรหมอน้อย คนกรุงเทพเรียกหญ้าละออง หรือหญ้าดอกขาว เชียงใหม่เรียกหญ้าสามวัน จันทบุรีเรียกก้านธูป จังหวัดเลยเรียกถั่วแฮะดิน หรือฝรั่งโคก จังหวัดตราดเรียกเสือสามขา จีนกลางเรียก ซางหางฉ่าว คนแต้จิ๋ว เรียก เซียหั่งเช่า เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลักษณะของลำต้นตั้งตรง มีกิ่งก้านน้อยทั่วกิ่งและก้านมีขนขึ้นปกคลุม ลำต้นมีความสูงประมาณ ๘-๓๒ นิ้ว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน มีขนาดกว้างประมาณ ๑-๓ ซม. ยาวประมาณ ๒-๖ ซม. ดอกออกเป็นช่อหรือเป็นกระจุก ดอกย่อยมีประมาณ ๒๐ ดอก ดอกเป็นสีม่วงแดง ลักษณะของดอกคล้ายกับดอกดาวเรือง เมื่อดอกร่วงโรยแล้วจะติดผล มีขนที่ข้อเป็นสีขาว ข้างในผลมีเมล็ดเดี่ยว เปลือกของมันแข็งและแห้งไม่แตก มีขนาดยาวประมาณ ๒ มม.
คุณป้าอารีย์มาเยี่ยมผมคราวนี้มอบสูตรสมุนไพรเด็ดๆให้มากมายโดยเฉพาะตำรายากลางบ้านของพระเทพวิมลโมลี วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ คุณพิทักษ์พล ปรีชาชาติ ทนายความพิมพ์เป็นวิทยาทาน เมื่อ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘
สมุนไพรแก้โรคหัวเข่าไม่มีกำลัง ท่านให้เอาพริกไทยร่อน หนัก ๑ บาท ขิงสดแก่ๆหนัก ๒ บาท ผิวมะกรูด หนัก ๓ บาท หญ้าแพรกหนัก ๖ บาท สารส้มหนัก ๑๖ บาท นำเอาตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้มาตำให้ละเอียดแล้วใช้พอกที่หัวเข่า จะทำให้อาการหัวเข้าไม่มีกำลังค่อยๆดีขึ้น บางตำราบอกว่าให้เอาผักเสี้ยนผีทั้งห้า ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก ) เอามาล้างน้ำให้สะอาด และไพล การบูร ตัวยาทั้งสามอย่างนี้เอาอย่างละพอสมควร นำมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าขาว คั้นเอาเฉพาะน้ำยา ใช้ทาถูนวดบริเวณหัวเข่า ก็สามารถแก้โรคปวดหัวเข่าได้ชงัดดีเหมือนกัน
โรคนอนไม่หลับ บรรดาคนเฒ่าคนแก่มักจะประสบปัญหานอนไม่หลับ ในตำรายากลางบ้านบอกไว้ว่า ให้เอาลูกมะตูมอ่อน , บอระเพ็ด , พริกไทยร่อน , ขมิ้นอ้อย เอาตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้หนักอย่างละ ๑ บาทเท่ากัน นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ปั้นเป็นลูกกลอน กินก่อนนอนทุกวันวันละ ๒-๓ เม็ดนอนหลับดีนักแล สมุนไพรแก้โรคนอนไม่หลับอีกสูตร ให้เอาลูกสมอไทย , ลูกสมอเทศ รากชะพลู กัญชา ตัวยาทั้ง ๔ นี้เอาหนักอย่างละเท่าๆกัน นำมาใส่หม้อดินต้ม ดื่มก่อนนอนทุกวันจะทำให้นอนหลับสบาย
สมุนไพรแก้โรคมะเร็ง หมอพื้นบ้านแนะนำเอาต้นพลูแก่ๆ (พลูกินกับหมาก) ๑ ใบพลูแก่ ๑ ดอกพลู ๑ รากพลู ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นำมาใส่หม้อดินต้ม ใช้นำยารับประทานเวลาเช้า และเย็นวันละ ๒ ครั้ง มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็ง ได้ผลชะงัดนักแล
-
ขนานที่ ๒ ให้เอาลูกลำโพงกาสลักลูกแก่ๆ ๑ ลูกกระเบา เอาเฉพาะเมล็ดใน ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ยางไม้ตะเคียน ๑ ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นำมาตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงหุงด้วยน้ำมันงา บนเตาแกลบ ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง ใช้ทารักษาโรคมะเร็งผิวหนังภายนอก หรือรักษาเชื้อราทุกชนิด มีสรรพคุณชะงัดนักแล
-
ขนานที่ ๓ เอารากต้นเตย ๑ หัว จุกสับปะรด ๑ รากมะเฟือง ๑ หัว ยา ข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยา ข้าวเย็นใต้ ๑ ข้าวเปลือกข้าวเจ้า ๑ ตัวยา ตัวยาทั้ง ๖ อย่างนี้เอาอย่างละเท่าๆกัน นำมาใส่หม้อดินต้มใช้น้ำยารับประทาน มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยมีอาการท้องอืดรับประทานอาหารไม่ได้เป็นเวลามานานแล้ว เมื่อรับประทานยานี้แล้วจะทำให้หายอาการป่วยนั้น เคยใช้ไดผลดี มามากแล้ว
-
ขนานที่ ๔ ให้เอายาข้าวเย็นทั้ง ๒ คือยาข้าวเย็นเหนือ ๑ ข้าวเย็นใต้ ๑ ๑ กระดูกควายเผือก ๑ กำมะถันเหลือง ๑ ขันทองพยาบาท ๑ หัวต้นหนอนตายอยาก ๑ ตัวยาทั้ง ๖ นี้ เอาหนักอย่างละ ๒๐ บาทเท่ากัน เง่าสับปะรด หนัก ๑๐ บาท กระดูกม้าหนัก ๔ บาท ต้นพริกขี้หนู ๑ ต้น ( เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) ผิวไม้ราก ( ขูดเอาเฉพาะผิว) ๓ กำมือ ตัวยาทั้งหมดนี้นำมาใส่หม้อดินต้ม ใช้น้ำยารับประทาน หลังอาหาร วันละ ๓ เวลา ครั้งละ ๑ ถ้วย มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็ง แก้แผลกลาย แก้โรคฝีทุกชนิด แก้โรคไอ แก้เลือดออกจากหลอดลม รักษาแผลในหลอดลม แผลในลำไส้ ไดผลชะงัดนักแล
ยาแก้มะเร็งในมดลูก
ให้เอายาข้าวเย็นเหนือ ๑ ยาข้าวเย็นใต้ ๑ ต้นหนอนตายอยาก ๑ รากนมแมว ๑ หัวพุทธรักษาสีขาว ๑ ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้ เอาหนักอย่างละ๔ บาทเท่านั้น เกลือทะเล ๑ กำมือ นำมาใส่หม้อดินต้ม ใช้น้ำยารับประทาน มีสรรพคุณแก้โรคมะเร็งในมดลูกได้ผลชะงัด
ยารักษาโรคมะเร็งเต้านม
เอาว่านมหากาฬ ๑๔ ใบ ไพลสด ๗ แว่น ยาดำหนัก ๑ บาท พิมเสนหนัก ๒ สลึง การบูรหนัก ๒ สลึง ข้าวสุกประมาณเท่าหัวแม่มือ ๑ ก้อน นำทั้งหมดมาตำผสมกันให้ละเอียด โดยตำยาดำให้ละเอียดก่อนแล้ว จึงใส่ไพลสดและใบว่านมหากาฬและเอาข้าวสุกลงตำผสมกันใช้พอกบริเวณที่เป็นแผล มีสรรพคุณแก้อาการปวดหายไปอย่างเด็ดขาด ใช้พอกหัวฝี ได้ผลดีชะงัดนักแล
ยาแก้โรคหัวใจโต
ให้เอายาข้าวเย็นเหนือ ๑ ยาข้าวเย็นใต้ ๑ กำมะถันเหลือง ๑ กำแพง เจ็ดชั้น ๑ ทองพันชั่ง ๑ ชะเอมเทศ ๑ ตัวยาทั้ง ๗ อย่างเอาอย่างละ ๑๐ บาทยาเท่ากัน นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาหลังอาหาร มีสรรพคุณ แก้โรคหัวใจโต มีอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ อ่อนเพลีย เหนื่อยหอบให้หายไปได้ผลดีอย่างชะงัดนักแล
ยาแก้โรคหัวใจสั่นหรือเต้นผิดปกติ
ให้เอาต้นไมยราบทั้งต้นตลอดถึงราก นำมาล้างให้สะอาดสับเป็นชิ้นเล็กๆตากแดดให้แห้งคั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนรับประทานต่างน้ำชา มีสรรพคุณแก้โรคหัวใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ
ยาแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
ให้เอาหัวกระเทียมโทน หัวที่ไม่มีกลีบเป็นหัวเดียวเฉพาะ ๒๑ หัว นำมาปอกเปลือกแล้วใส่โหลหรือใส่โถใส่น้ำผึ้งแลงผสมให้ท่วมหัวกระเทียม ปิดฝาโหลหรือโถให้สนิท หมัดดองไว้ ๗ วัน แล้วใช้รับประทานก่อนนอน ครั้งละ ๓ หัวพร้อมทั้งน้ำยาเป็นเวลา ๗ วันติดต่อกัน
ยาอายุวัฒนะ (ยาอายุยืน)
ให้เอาต้นบอระเพ็ดสดๆนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนๆละประมาณ๒ องคุลี ดองกับน้ำผึ้งแท้เก็บไว้ประมาณ ๑๕ วันใช้รับประทานเวลาก่อนนอนครั้งละ ๑-๒ ท่อนทุกวัน มีสรรพคุณ บำบัดโรคต่างๆไดเป็นอย่างดี เลือดลมเดินสะดวกไม่ปวดเมื่อยร่างกาย
ยาแก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
ให้เอารากต้นบานไม่รู้โรยสีขาว๑ กำมือ กับรากต้นมะละกอตัวผู้ ๑ กำมือ ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้นำมาล้างน้ำให้สะอาดสับให้เป็นท่อนๆ ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ๓ ส่วน เคี่ยวให้เหลือ น้ำ ๓ ส่วน ใช้น้ำยารับประทานเพียงครั้งเดียว
ขนานที่๒ เอารากลำเจียก ๗ รากหน่อต้นอ้อ ๗ หน่อ ดินประสิวพอสมควร ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้นำมาใส่หม้อดินต้ม ใช้น้ำยารับประทาน มีสรรพคุณจะกัดก้อนนิ่วให้หลุดออกมา เคยใช้ได้ผลดีชะงัด
ยาแก้โรคนิ่วในไตและในถุงน้ำดี
ให้เอาจาวตาลโตนดอ่อนๆ นำมารับประทาน วันละ ๓ จาว เวลาบ่าย ๒ โมงตรงทุกวันเพียง ๓ วันเท่านั้น ได้ผลดีนักแล
ขนานที่ ๒ ให้เอาลูกใต้ใบทั้ง ๕ ทั้งต้นตลอดถึงราก ๑ กำมือ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด น้ำสะอาด ๓ ถ้วยชา กวนด้วยสารส้มให้มีรสฝาดจัดๆ นำตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้มาผสมกันคั้นเอาเฉพาะน้ำยาใช้รับประทาน เวลาเช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ปรุงยาขนานนี้รับประทานติดต่อกัน ๓ วัน ระยะที่๒ ให้เอาลูกใต้ใบทั้ง ๕ ทั้งต้นตลอดถึงราก นำมาใส่หม้อดินต้มใช้น้ำยารับประทานวันละ ๓ เวลา ตลอด ๓ วัน ระยะที่๓ให้เอาน้ำอ้อยสดนำมารับประทานวันละ ๑ ขวดใหญ่ ติดต่อกัน ๓ วัน
สมุนไพรแก้โรคไต
ในตำราให้เอาเปลือกต้นงิ้วแดงนำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆคั่วไฟให้เหลืองชงกับน้ำร้อน ใช้รับประทานต่างน้ำชา มีสรรพคุณแก้โรคไต ซึ่งมีอาการทำให้มือและเท้าอ่อนเพลีย ไม่มีกำลัง เป็นยาช่วยเพิ่มเลือดอย่างดีเยี่ยม
สมุนไพรแก้โรคไตสูตรที่สอง ท่านให้เอาลูกพุทราจีนตากแห้ง ๑๕ ลูก ต้นลูกใต้ใบทั้ง ๕ คือเอาตั้งแต่ต้นตลอดถึงราก ๑๕ ต้น ลูกเกาลัด ๑๕ ลูก หมูเนื้อสันหนัก ๖ ขีด นำตัวยาทั้งสี่อย่างนี้ ใส่หม้อดินเติมน้ำพอท่วมยาแล้นำไปต้ม
ใช้รับประทานต่างน้ำชากินได้ทุกเวลาประมาณ ๗ วัน มีสรรพคุณแก้โรคไต ซึ่งมีอาการปวดหลังปวดเอว ปัสสาวะมีสีเหลืองขุ่นข้น มือและเท้าอ่อนเพลีย ไม่มีกำลังให้หายไปได้ผลชะงัดดีนักแล
สมุนไพรสูตรเด็ดเคล็ดลับเหล่านี้ ก็ต้องขอขอบคุณคุณป้าอารีย์ อินทรสุวรรณ จากจังหวัดระนอง ที่มองการณ์ไกลกลัวสิ่งดีๆเหล่านี้จะสาบสูญไปจึงมอบให้ผมช่วยสืบสานใครได้อ่านได้รู้ก็ขอให้นำไปขยายผลบอกลูกบอกหลานช่วยกันจดจำใว้ใช้ประจำตัวและครอบครัวเพราะสมุนไพรต่างๆเหล่านี้หาง่ายมีอยู่ทั่วไปในครัวเรือน สามารถซื้อหามาปลูกได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย สุขภาพแข็งแรง
สนใจเรื่องราวสมุนไพรติดต่อป้าอารีย์ อินทรสุวรรณได้ที่ ๔/๓ หมู่ ๑ ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง โทร. ๐๗๗-๘๒๖-๔๒๓ , ๐๘-๔๘๔๐-๕๙๖๙
คุณเกษมศักดิ์ สร้อยนาค จากบ้านเลขที่ ๘๒ /๖ หมู่ ๘ บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เขียนจดหมายมาแนะนำสมุนไพรบำบัดโรคหลายสูตรซึ่งมีความใกล้เคียงกับสูตรสมุนไพรยากลางบ้าน สำหรับสูตรสมุนไพรที่ทำให้ฟันคงทนแข็งแรง คุณเกษมศักดิ์ แนะนำว่าให้เอาลูกพิกุลสุก และเกลือทะเล อัตราส่วนพอประมาณ นำมาใส่หม้อดินใส่น้ำพอประมาณ ประมาณให้มีรสเค็มจัดๆ ใช้น้ำยานี้อมตอนเช้า ๕ นาที จะทำให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรง
โรคนิ่วไต
โรคนิ่วไตเป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบมากทั่วโลก และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณร้อยละ ๑๐-๑๖ การมีนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกว้อนอื่นๆได้ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การทำงานของไตเสื่อมลง และอาจร้ายแรงจนถึงเกิดภาวะไตวายเรื้อรังและโรคไตระยะสุดท้าย ทำให้ถึงแก่ความตายได้
สาเหตุของโรคนิ่วไตเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม เมแทบอลิซึม วิถีการดำเนินชีวิตและอุปนิสัยการกินอาหารของผู้ป่วยเอง ชนิดของนิ่วมีหลากหลายชนิด องค์ประกอบส่วนใหญ่ในก้อนนิ่วเป็นผลึกแร่ธาตุ เช่น แคลเวี่ยมออกซาเลต แคลเซี่ยมฟอสเฟต ยูเรต แมกนีเซี่ยมแอมโมเนี่ยมฟอสเฟส เป็นต้น แต่ที่พบมากที่สุดในประเทสไทยคือนิ่วแคลเซี่ยมฟอสเฟสประมาณร้อยละ ๘๐ รองลงมาคือนิ่วกรดยูริกพบประมาณร้อยละ ๑๐-๒๐
โรคนิ่วในท่อปัสสาวะ
เกิดจากร่างกายสร้างก้อนนิ่วแล้วอุดตันหรือติดค้างในระบบทางเดินปัสสาวะซึ่งก้อนนิ่วแต่ละชนิดประกอบด้วยสาร ๑-๓ ชนิด จับรวมกันเป็นผลึกนิ่ว และเรียกชื่อตามสารที่เป็น เช่นก้อนนิ่วแคลเซี่ยม – ออกซาเลต และก้อนนิ่วยูริก้า
อาการของโรค จะปวดท้องบริเวณเอวหรือสีข้าง ลักษณะปวดบิดหรือปวดแน่นเป็นระยะๆอย่างรุนแรง ในบางคนอาจปวดร้าวที่ท้องน้อย อัณฑะ หรือต้นขาด้วย อาการปวดนี้เกิดจากก้อนนิ่วอุดตันทำให้น้ำปัสสาวะคั่งอยู่ในท่อที่อยู่เหนือการอุดตันนั้น มีผลทำให้เกิดท่อไตโป่งพอง ไตบวม และปวดตรงเอวจากไตบวมนี้
บางคนจะคลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดท้อง และหน้ามืด ใจสั่นและเป็นลมในที่สุด ปัสสาวะจะมีสีเข้ม สีเหมือนน้ำล้างเนื้อ หรือสีแดงเข้มเพราะมีเลือดปน เป็นผลจากก้อนนิ่วกรีดทำลายเนื้อเยื่อบุท่อ ถ้าเป็นมากๆจากการอับเสบติดเชื้อผู้ป่วยจะมีอาการไข้ร่วมด้วย
การป้องกันโรคนิ่ว
-
ควรดื่มน้ำในปริมาณมากๆ ในแต่ละวันควรดื่มน้ำให้ได้มากกว่า ๘ แก้วต่อวัน เพื่อลดการอิ่มตัวของสารก่อนิ่วในปัสสาวะและลดโอกาสการก่อผลึกนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
-
ควรรับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งของสารยับยั้งการเกิดนิ่ว และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด
-
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
-
ดื่มน้ำมะนาวซึ่งเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระและซิเทรตที่ดีมากสามารถยับยั้งการก่อนิ่วและลดการบาดเจ็บของเซลล์บุท่อไตได้ดี
-
ลดอาหารที่มีเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ อาหารหวานและเค็มมาก และอาหารที่มีกรดยุริกสูง ได้แก่ หนังสัตว์ปีก ตับ ไต ปลาซาร์ดีน โดยปกติในผู้ใหญ่ไม่ควรได้รับโปรตีนจากสัตว์เกิน ๑๕๐ กรัมต่อวัน การบริโภคอาหารโปรตีนสูงจะทำให้เพิ่มสารก่อนิ่วและเพิ่มโอกาสการเกิดนิ่วสูงมาก