เรื่องเล่าสุขภาพ

บำบัดมะเร็งด้วยจิงจูฉ่าย
มะเร็ง
                  “บำบัดด้วยจิงจูฉ่าย”
                                               จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
           หลายคนคงมีโอกาสกินเกาเหลาเลือดหมูแต่ไม่รู้ว่าเคยสังเกตหรือเปล่าว่าในชามเกาเหลาเลือดหมูจะมีผักสีเขียวผักชนิดหนึ่งเพิ่มมาด้วยใบลักษณะเป็นหยักๆเรียก “จิงจูฉ่ายคนจีนใส่เจ้าผักนี้เข้าไปเพื่อดับคาวเลือดแถมให้สรรพคุณทางยาอีก
         ชาวต่างชาติเรียกว่า จิงจูฉ่ายว่า "เซเลอรี่" (Celery) เป็นผักสมุนไพรชนิดหนึ่งของจีน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. ลักษณะต้น "จิงจูฉ่าย" จะเป็นกอคล้ายใบบัวบก สามารถเจริญงอกงามได้ดีในที่ที่มีแสงแดดรำไร ชื้น ดินโปร่งแต่ไม่แฉะ ชอบอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อน


          จิงจูฉ่ายจะมีสรรพคุณทางยาสูง ใน ๑๐๐ กรัมให้พลังงาน ๓๙๒ กิโลแคลอรี่ประกอบด้วยสารอาหารนานาชนิด คือ โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบไฮเดรต, เส้นใย, แคลเซียม, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, วิตามินเอ, วิตามินบี๖, วิตามินซี และวิตามินอี
          จุดเด่นของ "จิงจูฉ่าย" คือมีกลิ่นหอม คล้าย ๆ กับตั้งโอ๋ เมื่อถูกความร้อนความร้อนจะยิ่งหอม และยิ่งเพิ่มสรรพคุณมากขึ้น โดยกลิ่นหอมของ "จิงจูฉ่าย" มาจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในลำต้นและใบนั่นเอง ประกอบด้วยสารไลโมนีน ซิลนีน และสารกลัยโคไซด์ที่มีชื่อว่า อะปิอิน ซึ่งสารเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดัน แถมยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ด้วย ส่วนต้นสด และเมล็ดของ "จิงจูฉ่าย" มีโซเดียมต่ำ จึงดีต่อผู้ป่วยโรคไต
        ในวงการแพทย์เชื่อว่า "จิงจูฉ่าย" เป็นยาเย็น จึงช่วยบำรุงปอด ช่วยฟอกเลือด เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก คนจีนจึงนิยมนำผักชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหารรับประทานในหน้าหนาว เพื่อช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลให้ร่างกายได้ดีนั่นเอง



      จากประสบการณ์การกินจิงจูฉ่ายบำบัดโรคมะเร็งนั้น คุณนิกกี้  อิทธิเกษม อดีตนายกสมาคมเกษตรแห่งอเมริกา เปิดร้านอาหารอยู่ในเขต N.HOOYWOOD บอกว่าลูกศิษย์เล่าให้ฟังว่าเคยเป็นมะเร็งที่คอ ๑  ครั้ง และเป็นที่ต๋อมลูกหมาก ๑ ครั้ง อีก ๒ เดือนหมอนัดฉายแสง ระหว่างนั้นคุณแม่เอาผัก จิงจูฉ่าย มา ๑ กำมือ ตำคั้นเอาแต่น้ำให้กิน กินตอนเช้าทุกวัน ๒ เดือนถัดมาไปตรวจ หมอถามว่าไปทำอะไรมา ทุกอย่างปกติหมด มะเร็งหายไปไหน
อีกสองรายเป็นเป็นพี่สะใภ้คุณนิกกี้ เป็นมะเร็งเต้านมขั้นสามหน้าคล้ำเดินตัวแข็งแล้วกินสามเดือนหายเป็นปลิดทิ้ง ทำควบคู่กับการนั่งสมาธิ และมะเร็งมดลูก กินจิงจูฉ่ายก็หายจากมะเร็งอย่างน่าอัศจรรย์
              วันก่อนคุณไชยรัตน์  ส้มฉุน เพื่อนผมเขียนลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐบอกว่าแถวริมถนนพุทธมณฑลสาย ๔ มีร้านเกาเหลาเลือดหมูชื่อ “เจ๊กจุ่น” เป็นร้านเก่าแก่ต้นตำรับเลือดหมูคลองบางกอกน้อย สูตรเกาเหลาเลือดหมูเห็ดหอมใส่ผักจิงจูฉ่าย อร่อยแถมไม่หวงสูตรเปิดขายตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น มีแปลงปลูกผักจิงจูฉ่ายให้ชมด้วย ไปไม่ถูกโทรถาม ๐๘-๒๒๒๑-๕๑๓๕
              ผมไม่มีเอี่ยวนะครับ ไม่รู้จักกัน แถมยังไม่ได้ชิมอีกด้วย แต่อยากให้ทุกท่านสุขภาพดี ได้กินทั้งเกาเหลา ได้ทั้งสูตร และสำคัญได้ทั้งต้นจิงจูฉ่ายไปปลูกรักษาโรคมะเร็งด้วย ฮ่าๆๆ
              แต่แหล่งปลูกจิงจูฉ่ายที่มากที่สุดอยู่ที่จังหวัดเชียงรายครับ

 ----------------------------------------------------

blog comments powered by Disqus