เรื่องเล่าสุขภาพ

ผักกระสังบำบัดข้ออักเสบ-มะเร็ง-โรคตาและต้อ
                                    ผักกระสัง
                       “ บำบัดโรคข้ออักเสบ-มะเร็ง-โรคตาและต้อ”
                                                            จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
                 ผักกระสังพืชที่หลายคนมองข้าม แต่หารู้ไม่ว่าในอดีตชาวบ้านในชนบทมักนำผักกระสังมาลวก นึ่งหรือกินสดๆกับน้ำพริก ซึ่งปกติผักชนิดนี้จะขึ้นทั่วไปในที่ชื้น ปัจจุบันถ้าจะนำมากินต้องคิดให้หนักเพราะสารเคมีจากการฉีดพ่นทางการเกษตรถูกละลายไหลไปตามพื้นที่ต่างๆมากมาย
              ผักกระสัง เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นลักษณะสีเขียวใส เป็นพืชอวบน้ำ ลำต้นสูงประมาณ ๒๐-๖๐  ซม. ต้นตั้งตรงแตกกิ่งมาก ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปไข่แกนสามเหลี่ยม ใบ เป็นรูปหัวใจ ท้องใบสีเขียวเข้ม หลังใบสีเขียวอ่อน ใบออกกระจายทั้งลำต้น ใบกว้างประมาณ  ๑-๓ ซม. ยาวประมาณ  ๑-๔ ซม. ดอก ออกตรงบริเวณข้อใบ เป็นก้านยาวประมาณ  ๔-๕  ซม. มีเม็ดเล็ก ๆ สีขาว สีเหลือง และสีดำอยู่ตรงก้านดอก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกฝอยขนาดเล็กไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก  ผักกระสังถึงจะอวบน้ำคล้ายว่าจะเป็นยาเย็น แต่จริงๆ แล้วในทางรสยาผักกระสังมีรสเผ็ดหอม

 

             สรรพคุณทางยาของผักกระสัง หมอยาพื้นบ้านมักจะใช้ผักกระสังตำพอกฝี หรือคั้นเอาน้ำทาแผลฝีที่มีหนอง ผักกระสังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ใบยังนำมารักษาโรคลักปิดลักเปิด แก้ไข้ แก้ปวดข้อ ข้ออักเสบ และยังเชื่อว่าการใช้น้ำต้มผักกระสังล้างหน้าจะทำให้ผิวสวย ปัจจุบันมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีฤทธิ์ต้านการอักเสบมีฤทธิ์แก้ปวด และไม่มีพิษภัย
             ที่ประเทศฟิลิปปินส์ก็มีการกินผักกระสังสดๆ หรือนำมาต้มกิน เพื่อรักษาโรคเก๊าต์และข้ออักเสบ โดยวิธีการต้มให้นำผักกระสังประมาณ๑ กำมือ  ต้มกับน้ำ ท่วมยา  ให้เหลือประมาณ  ๑  แก้ว แบ่งรับประทานครั้งละ ครึ่งแก้ว เช้า-เย็น นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์ยังใช้ทั้งต้นสดบดประคบฝี หรือตุ่มหนอง
            ส่วนในมาเลเซียเชื่อว่าการรับประทานผักกระสังจะช่วยรักษาโรคตาและต้อ (glaucoma) การศึกษาวิจัยในปัจจุบันยังพบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมี วิตามินซีสูง เรียกได้ว่าวิตามินซีน้องๆ มะนาว คือ มะนาว ๑๐๐ กรัมมีวิตามินซี  ๒๐ มิลลิกรัม ส่วนผักกระสังมีอยู่  ๑๘  มิลลิกรัม  ในบ้านเราสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยวิเคราะห์หาธาตุอาหารในพืชผักต่างๆ พบว่าผักกระสัง ๑ ขีด หรือ ๑๐๐ กรัม มีเบต้า – แคโรทีนราว ๒๘๕ ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล   
          เนื่องจากในผักกระสัง มีสรรพคุณทางยาในการรักษาเริมและมะเร็งเต้านม ความรู้นี้ไม่ค่อยแพร่หลายนักแต่แมะ (มือลอ มะแซ) ที่บ้านกำปงบือแน ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลาบอกว่า ผักกระสังเป็นยารักษาเริม มะเร็งเต้านม และฝี ในการรักษาเริมนั้นจะนำต้นผักกระสังผสมกับขมิ้นและข้าวสาร (ฮูยงงูกุมาตอกูยิ) ตำให้ละเอียดแล้วพอกทิ้งไว้ ๑ คืน และนำใบมาตำขยำแปะทาเม็ดที่เป็นใต้ราวนม แก้มะเร็งเต้านม ข้อมูลที่ว่าผักกระสังใช้รักษามะเร็งนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยและเป็นที่น่าทึ่งตรงที่ว่ามีรายงานการศึกษาพบว่า สารในผักกระสังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งด้วย นอกเหนือไปจากการแก้อักเสบและแก้ปวด
        คุณสารีป๊ะ อาแวกือจิ ที่บ้านกำปงบือแน ตำบลจะกวั๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา  มีประสบการณ์การใช้ผักกระสังบอกว่า ผักกระสังเป็นยาสระผมทำให้ผมนุ่มโดยนำใบขยำกับน้ำชโลมศีรษะให้ศีรษะเย็น ป้องกันผมร่วง ทำให้ผมนุ่ม  เพราะในผักกระสังมีธาตุอาหาร มีความเป็นกรดอ่อนๆ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อราและแบคทีเรีย
         ผักกะสังเป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้เป็นยามายาวนาน ในโบลิเวียมีบันทึกที่มีอายุนับพันปีชื่อ Altenos Indians document กล่าวไว้ว่า ผักกระสังทั้งต้นบดผสมน้ำใช้กินเพื่อห้ามเลือด ใช้ส่วนรากต้มกินรักษาไข้ ใช้ส่วนเหนือดินโปะแผล นอกจากนี้ ในประเทศอื่นๆ ที่มีผักกระสังขึ้นอยู่จะใช้ผักกระสังในการรักษาอาการปวดท้องทั้งแบบธรรมดาและปวดเกร็ง ฝี สิว แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก อ่อนเพลีย ปวดหัว ระบบประสาทแปรปรวน หัด อีสุกอีใส มีแก๊สในกระเพาะ ปวดข้อรูมาติก และยังมีการใช้เฉพาะบางท้องถิ่น
         ในประเทศบราซิลก็ใช้ในการลดคอเลสเตอรอล ในกียานา (Guyana) ใช้ในการขับปัสสาวะ ลดไข่ขาวในปัสสาวะ ในแถบอเมซอนใช้ขับปัสสาวะ หล่อลื่น หัวใจเต้นผิดปกติ ส่วนในมาเลเซียเชื่อว่าการรับประทานผักกระสังจะช่วยรักษาโรคตาและต้อ (glaucoma) ปัจจุบันมีสารสกัดจากผักกระสังจำหน่ายในต่างประเทศ
         สำหรับบ้านเรา อาจารย์วีระ หลวงวัง จากจังหวัดตาก ได้แนะนำให้คุณสุพร เผือกคล้าย บ้านทุ่งใหม่สหกรณ์ ตำบลสบเปิง  อำเภอแม่แตง  จังหวัดเชียงใหม่ นำกระสังมาต้มกินรักษาโรคตา ซึ่งป่วยเป็นโรคตาเป็นต้อมองเห็นไม่ชัดเจน ผลปรากฏว่าเมื่อรับประทานแล้ว ได้ผลเป็นเป็นที่น่าพอใจอาการดีขึ้นเรื่อย



       นอกจากนั้นคุณสุพร  ยังมีปัญหาสุขภาพ เป็นโรคตับ สภาพร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง อ.วีระ  หลวงวัง ก็แนะนำให้ต้มสมุนไพรลูกใต้ใบมาดื่มกินผลปรากฏว่า อาการป่วยเป็นโรคตับของคุณสุพร ก็ดีขึ้นเช่นกัน
    “  ผมดีใจมากที่ติดต่อคุณจำรัสได้ อยากบอกต่อเอาบุญ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายๆผม สุขภาพผมดีแล้วผมอยากปลูกป่าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”   คุณสุพร พูดถึงความตั้งใจให้ผมฟัง 
      หลังจากนั้นคุณสุพร ก็โทรศัพท์มาพูดคุยกับผมเรื่อยๆ ด้วยความเหงาที่ต้องอยู่คนเดียว การคุยแต่ละครั้งคุณสุพรก็ได้เล่าถึงอดีตอันขมขื่นให้ฟัง หลังต้องทรมานกับโรคภัยไข้เจ็บมานานโดยไม่มีใครสนใจ นอกจากอาจารย์วีระ  หลวงวัง ที่คอยให้การช่วยเหลือ และแนะนำสมุนไพรให้กินจนสุขภาพดีขึ้น
  “ถ้าอาจารย์จำรัส มาเชียงใหม่ แวะมาเยี่ยมผมบ้างนะอาจารย์ ผมจะนัด อาจารย์วีระ หลวงวังที่ผมเคารพนับถือมาพบด้วย อาจารย์จะมาอยู่กับผมเลยก็ได้ มาอยู่เป็นเพื่อนกัน” 
  บังเอิญช่วงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ผมจะเดินทางไปเยี่ยมแฟนคลับพร้อมกับอาจารย์พัฒน์  สันทัด ที่นครสวรรค์ กำแพงเพชร วันที่ ๒๒ ที่ พิษณุโลก วันที่ ๒๓  ที่อุตรดิตถ์ ก็จะถือโอกาส เลยไปเชียงใหม่แวะเยี่ยมคุณสุพร ประมาณวันที่ ๒๕ ธค.๒๕๕๕ หลังจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปเชียงรายเหนือสุดสยาม รับลมหนาว ฮ่าๆๆ

      คุณสุพร   เผือกคล้าย ๐๘-๗๑๘๑-๗๑๑๓ ,  ๐๘-๕๐๓๗-๖๓๒๕
 
  


blog comments powered by Disqus