ป้ายคำ: กรดไหลย้อน (4)

กรดไหลย้อน
                                                            กรดไหลย้อน
                                    “บำบัดด้วยว่านกาบหอยแครง”
                                                                           จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
     คนที่ไม่เคยเป็นกรดไหลย้อนอาจจะสงสัยว่าอาการมันเป็นอย่างไร ถ้าบอกว่าท่านเคยมีอาการเรอไหมจุกและแน่นหน้าอกหายใจลำบาก นั่นแหละครับเป็นเพราะหูรูดที่หลอดอาหารทำหน้าที่ไม่ดี ถ้าเราทานอาหารเยอะเกินไป กระเพาะอาหารจะไม่สามารถบีบตัวได้ เมื่อกระเพาะบีบตัวไม่ได้ก็จะไล่อาหารไปที่ลำไส้ไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดแก๊ส  พอเป็นแก๊ส ก็จะเกิดอาการเรอ พอเรอกรดก็จะขึ้นมา นี่แหละครับเขาเรียกกรดไหลย้อน
 ภาพจากวิกิพิเดีย
       โรคกรดไหลย้อนกลับ  สิ่งที่ไหลย้อน คือ กรดที่อยู่ในกระเพาะ หรือบางครั้งถ้ามีอาการมาก ก็จะเกิดน้ำย่อยที่ลำไส้ขึ้นมาด้วย  เพราะฉะนั้น คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน จะรู้สึกเหม็นเปรี้ยวในเวลาเรอออกมา  บางครั้งจะรู้สึกขมปากร่วมด้วย   โดยปกติที่ลำไส้ของเราในส่วนต้น จะมีการป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกบริเวณนั้นถูกกรดกัด ก็จะหลั่งเมือกออกมาป้องกัน  แต่ที่หลอดอาหารมันไม่มีเยื่อเมือก หรือถ้ามีก็จะน้อยมาก ๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดอาการกรดไหลย้อนบ่อย ๆ โดนกรดกัดบ่อย ๆ จะทำให้เกิดแผล และมีเชื้อโรคเข้าไปได้  ทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลในบริเวณนั้น 
     ส่วนอาการของคนเป็นโรค "กรดไหลย้อน" นั้น โดยส่วนใหญ่จะเจ็บบริเวณลิ้นปี่ เหมือนกับเป็นโรคหัวใจ บางคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ  แต่จริง ๆ ไม่ใช่  อาการจะเจ็บบริเวณลิ้นปี่ ปวดท้อง และอาจมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย  ถ้าเป็นระยะเวลานาน ๆ เข้า จะเกิดอาการอักเสบที่คอด้วย  บางคนไม่รู้ คิดว่าตัวเองเป็นหวัด เพราะมีอาการเจ็บคอ  หรือบางครั้งอาการจะเข้าไปเกิดขึ้นที่หู ที่ตา หรือจมูก ก็เป็นไปได้ เพราะ รูจมูก  รูหู และตา มันทะลุกันได้หมด  หากเกิดจะเกิดอาการ เช่น หูอักเสบ ตาอักเสบ เป็นต้น
      ข้อแนะนำสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน ควรทานอาหารอ่อน ๆ  และทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ งด หรือลด การรับประทานอาหารจำพวก ของทอด ของมัน ชา กาแฟ น้ำอัดลม นมสด นมเปรี้ยว น้ำเต้าหู้ ซึ่งอาจทำให้ท้องอืด ของที่มีรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว และของหมักดอง ไม่ควรทานอาหารเยอะเกินไปในแต่ละมื้อ อาจทำให้อาหารล้นกระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิด "โรคกรดไหลย้อน"
    ในผู้ป่วย กรดไหลย้อน บางราย เมื่อทานผลไม้ หรือน้ำผลไม้ ที่มีรสหวานมาก ๆ ก็จะทำให้เกิดอาการมากขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ควรพิจารณาเพื่อหลีกเลี่ยงผลไม้ และน้ำผลไม้ เช่นกัน เมื่อทานอาหารอิ่มแล้ว ไม่ควรนอนทันที ควรปล่อยให้อาหารย่อยก่อนอย่างน้อย  ๒-๓ ชั่วโมง

 

   การรักษาโรคกรดไหลย้อนหมอพื้นบ้านจะใช้สมุนไพรว่านกาบหอยแครง ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ใช้พันธุ์ไหนก็ได้ประมาณ ๙-๑๐ ใบผสมกับใบเตยในอัตราส่วนเท่ากัน จะทำให้มีกลิ่นหอมน่าดื่มและช่วยบำรุงหัวใจทำให้จิตใจผ่องใส เติมน้ำ ๒ ลิตร ต้มจนเดือด นำลงจากหม้อ รินประมาณครึ่งแก้วเติมน้ำผึ้ง ๑ ช้อนชา น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา และเกลือป่นเล็กน้อย ดื่มวันละ ๒-๓ ครั้งประมาณ ๔-๕ วัน อาการกรดไหลย้อนจะดีขึ้น ต้องดื่มต่อเนื่องประมาณ ๕-๖  เดือน จะหายขาดได้  แต่มีข้อแม้ว่าหลังการกินอาหารต้องเดินออกกำลังกายอย่ากินแล้วนอนเด็ดขาด
    บ้านเราหลายคนไม่รู้สรรพคุณของว่านกาบหอย มักปลูกประดับบ้าน   ว่านกาบหอยมีถิ่นกำเนิดจากประเทศ เม็กซิโก คิวบา อเมริกากลาง ได้แพร่กระจายปลูกไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย มีชื่อ วิทยาศาสตร์ว่า TRADESCANTIA SPATHACEA SWARTZ อยู่ในวงศ์ COMMELINACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ล้มลุก สูง  ๒๐-๖๐ ซม. ลำต้นอวบใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงซ้อนกันเป็นวงรอบลำต้น ใบเป็นรูปใบหอก ปลายแหลม โคนใบตัดโอบติดลำต้น ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ด้านล่างเป็นสีม่วงแดง เวลามีใบดกจะสวยงามมาก
     สรรพคุณว่านกาบหอยแครง ตำรายาแผนไทยใช้ ใบ เป็นยาแก้ร้อนในกระหายนํ้า ฟกชํ้า จีนใช้ดอก แก้อาการตกเลือดในลำไส้ แก้บิด แก้ไอ ในประเทศไต้หวัน ใช้ใบตำพอกแผลถูกมีดบาดและแก้บวม หมอพื้นบ้านบางคนเรียกว่านแสงอาทิตย์ ส่วนคนจีนเรียกฮ่ำหลั่งเฮี๊ยะ, อั่งเต็ก  คนอิสานใช้แก้โรคผิวหนัง  ผื่นคัน อันเกิดจากการทำนา เพียง ใช้คั้นน้ำจากใบมา ทาบริเวณมือและเท้า ปล่อยให้แห้งแล้วค่อยลงไปทำนา เป็นการป้องกันมือและเท้าเน่าเปื่อย หรือ ถ้ามือและเท้าเน่าเปื่อยแล้ว ก็ทาน้ำคั้นจากต้นนี้เป็นการรักษาได้เหมือนกัน
     รู้สรรพคุณของว่านกาบหอยแครงแล้ว รีบหามาทำกินหรือรีบหามาปลูกนะครับ เท่าที่ผ่านมาจากการที่ผมตระเวนไปหลายพื้นที่  นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามรีสอร์ท สถานที่ราชการ วัดและปลูกในกระถางตามบ้านเรือน ทั้งที่รู้สรรพคุณและไม่รู้สรรพคุณเน้นความสวยเสียเป็นส่วนใหญ่  
                                   ------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
  

กรดไหลย้อน
                          กรดไหลย้อน
                      “บำบัดด้วยว่านกาบหอยแครง”
                                                       จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
     คนที่ไม่เคยเป็นกรดไหลย้อนอาจจะสงสัยว่าอาการมันเป็นอย่างไร ถ้าบอกว่าท่านเคยมีอาการเรอไหม นั่นแหละครับเป็นเพราะหูรูดที่หลอดอาหารทำหน้าที่ไม่ดี ถ้าเราทานอาหารเยอะเกินไป กระเพาะอาหารจะไม่สามารถบีบตัวได้ เมื่อกระเพาะบีบตัวไม่ได้ก็จะไล่อาหารไปที่ลำไส้ไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดแก๊ส  พอเป็นแก๊ส ก็จะเกิดอาการเรอ พอเรอกรดก็จะขึ้นมา นี่แหละครับเขาเรียกกรดไหลย้อน
 ภาพจาก วิกิพีเดีย
       โรคกรดไหลย้อนกลับ  สิ่งที่ไหลย้อน คือ กรดที่อยู่ในกระเพาะ หรือบางครั้งถ้ามีอาการมาก ก็จะเกิดน้ำย่อยที่ลำไส้ขึ้นมาด้วย  เพราะฉะนั้น คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน จะรู้สึกเหม็นเปรี้ยวในเวลาเรอออกมา  บางครั้งจะรู้สึกขมปากร่วมด้วย   โดยปกติที่ลำไส้ของเราในส่วนต้น จะมีการป้องกันไม่ให้เยื่อเมือกบริเวณนั้นถูกกรดกัด ก็จะหลั่งเมือกออกมาป้องกัน  แต่ที่หลอดอาหารมันไม่มีเยื่อเมือก หรือถ้ามีก็จะน้อยมาก ๆ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดอาการกรดไหลย้อนบ่อย ๆ โดนกรดกัดบ่อย ๆ จะทำให้เกิดแผล และมีเชื้อโรคเข้าไปได้  ทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผลในบริเวณนั้น 
     ส่วนอาการของคนเป็นโรค "กรดไหลย้อน" นั้น โดยส่วนใหญ่จะเจ็บบริเวณลิ้นปี่ เหมือนกับเป็นโรคหัวใจ บางคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ  แต่จริง ๆ ไม่ใช่  อาการจะเจ็บบริเวณลิ้นปี่ ปวดท้อง และอาจมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย  ถ้าเป็นระยะเวลานาน ๆ เข้า จะเกิดอาการอักเสบที่คอด้วย  บางคนไม่รู้ คิดว่าตัวเองเป็นหวัด เพราะมีอาการเจ็บคอ  หรือบางครั้งอาการเข้าไปเกิดขึ้นที่หู ตา หรือจมูก ก็เป็นไปได้ เพราะ รูจมูก  รูหู และตา มันทะลุกันได้หมด  หากเกิดจะเกิดอาการ เช่น หูอักเสบ ตาอักเสบ เป็นต้น
      ข้อแนะนำสำหรับคนเป็นกรดไหลย้อน ควรทานอาหารอ่อน ๆ  และทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ งด หรือลด การรับประทานอาหารจำพวก ของทอด ของมัน ชา กาแฟ น้ำอัดลม นมสด นมเปรี้ยว น้ำเต้าหู้ (อาจทำให้ท้องอืด) ของที่มีรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว และของหมักดอง ไม่ควรทานอาหารเยอะเกินไปในแต่ละมื้อ อาจทำให้อาหารล้นกระเพาะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิด "โรคกรดไหลย้อน"
    ในผู้ป่วย กรดไหลย้อน บางราย เมื่อทานผลไม้ หรือน้ำผลไม้ ที่มีรสหวานมาก ๆ ก็จะทำให้เกิดอาการมากขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ควรพิจารณาเพื่อหลีกเลี่ยงผลไม้ และน้ำผลไม้ เช่นกัน เมื่อทานอาหารอิ่มแล้ว ไม่ควรนอนทันที ควรปล่อยให้อาหารย่อยก่อนอย่างน้อย  ๒-๓ ชั่วโมง

   การรักษาโรคกรดไหลย้อนหมอพื้นบ้านจะใช้สมุนไพรว่านกาบหอยแครง ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ใช้พันธุ์ไหนก็ได้ประมาณ ๙-๑๐ ใบผสมกับใบเตยในอัตราส่วนเท่ากัน จะทำให้มีกลิ่นหอมน่าดื่มและช่วยบำรุงหัวใจทำให้จิตใจผ่องใส เติมน้ำ ๒ ลิตร ต้มจนเดือด นำลงจากหม้อ รินประมาณครึ่งแก้วเติมน้ำผึ้ง ๑ ช้อนชา น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา และเกลือป่นเล็กน้อย ดื่มวันละ ๒-๓ ครั้งประมาณ ๔-๕ วัน อาการกรดไหลย้อนจะดีขึ้น ต้องดื่มต่อเนื่องประมาณ ๕-๖  เดือน จะหายขาดได้  แต่มีข้อแม้ว่าหลังการกินอาหารต้องเดินออกกำลังกายอย่ากินแล้วนอนเด็ดขาด


    บ้านเราหลายคนไม่รู้สรรพคุณของว่านกาบหอย มักปลูกประดับบ้าน   ว่านกาบหอยมีถิ่นกำเนิดจากประเทศ เม็กซิโก คิวบา อเมริกากลาง ได้แพร่กระจายปลูกไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย มีชื่อ วิทยาศาสตร์ว่า TRADESCANTIA SPATHACEA SWARTZ อยู่ในวงศ์ COMMELINACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ล้มลุก สูง  ๒๐-๖๐ ซม. ลำต้นอวบใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงซ้อนกันเป็นวงรอบลำต้น ใบเป็นรูปใบหอก ปลายแหลม โคนใบตัดโอบติดลำต้น ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ด้านล่างเป็นสีม่วงแดง เวลามีใบดกจะสวยงามมาก
     สรรพคุณว่านกาบหอยแครง ตำรายาแผนไทยใช้ ใบ เป็นยาแก้ร้อนในกระหายนํ้า ฟกชํ้า จีนใช้ดอก แก้อาการตกเลือดในลำไส้ แก้บิด แก้ไอ ในประเทศไต้หวัน ใช้ใบตำพอกแผลถูกมีดบาดและแก้บวม หมอพื้นบ้านบางคนเรียกว่านแสงอาทิตย์ ส่วนคนจีนเรียกฮ่ำหลั่งเฮี๊ยะ, อั่งเต็ก  คนอิสานใช้แก้โรคผิวหนัง  ผื่นคัน อันเกิดจากการทำนา เพียง ใช้คั้นน้ำจากใบมา ทาบริเวณมือและเท้า ปล่อยให้แห้งแล้วค่อยลงไปทำนา เป็นการป้องกันมือและเท้าเน่าเปื่อย หรือ ถ้ามือและเท้าเน่าเปื่อยแล้ว ก็ทาน้ำคั้นจากต้นนี้เป็นการรักษาได้เหมือนกัน
  รู้สรรพคุณของว่านกาบหอยแครงแล้ว รีบหามาทำกินหรือรีบหามาปลูก เท่าที่ผ่าสายตาจากการที่ผมตระเวนมา มีหลายวัดนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ขอแบ่งปันมาขยายพันธุ์ได้ครับปลูกง่ายแตกหน่อเร็ว
จะได้นำมาบำบัดอาการเรอ กรดไหลย้อนให้หายไปจากชีวิตเรา ไม่ต้องให้ใครมาช่วยดันท้องผายลมให้เมื่อยอีกต่อไป ฮ่าๆๆ
                                   ------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
  

อ.เนตรดาว ตอบปัญหาสุขภาพ

ตอบปัญหาสุขภาพทางอากาศ
จำรัส เซ็นนิล ถาม อ.เนตรดาว ยวงศรี ตอบโอ่งสุวรรณ  คนราชบุรี ถอดบท
         อาจารย์เนตรดาว  ยวงศรี แพทย์แผนไทยที่มีความรู้ความสามารถมากคนหนึ่งมีประสบการรักษาคนไข้มานาน สืบสานภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมาจากคุณพ่อและร่ำเรียนศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยจากปราชญพื้นบ้านอีกหลายคน จบแพทย์แผนไทยหลายสาขา
   
อ.เนตรดาว กับต้นต้อยติ่ง
        ปัจจุบันขได้ก่อตั้งสถาบันแพทย์แผนไทยเนตรดาวขึ้น อยู่ที่ถนนสุขุมวิท ๖๖/๑ อัคนาทพลาซ่า กรุงเทพฯ เป็นสถาบันที่เปิดสอนแพทย์แผนไทย ที่ลูกศิษย์ลูกหาศรัทธามาก เพราะการเรียนการสอนเข้มทั้งทฤษฎีและปฎิบัติจบแล้วมีคุณภาพ หลายคนจบแล้ว ขออยู่ช่วยเป็นหมออาสาที่สถาบันต่อเนื่องจากทุกวันมีผู้ป่วยมารับการรักษาเป็นจำนวนมาก
        อ.เนตรดาวรักษาผู้ป่วยที่อัคนาทพลาซ่าทุกวันตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๐๐น.ยกเว้นวันอังคาร อ.เนตรดาวจะไปรักษาคนไข้ที่ซอยราซาล ๔๓ หรือสุขุมวิท ๑๐๕ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย- ภิกษุ-สามเณร-ชี ที่ยากไร้ หรือใครจะสนับสนุนค่ายาก็สามารถบริจาคได้ตามกำลังศรัทธา
        หากท่านจะเดินทางไปรับการรักษา หรือสมัครเรียนแพทย์แผนไทย ติดต่อได้ที่สถาบันฯหมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๗๐๖-๒๖๑๐ , ๐๘-๑๓๐๘-๖๙๒๒
        ผมได้เรียนเชิญ อ.เนตรดาว มาตอบปัญหาสุขภาพทางสถานีวิทยุกระจายียงแห่งประเทศไทย ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจมากหลายท่านฟังและจดไม่ทัน หลังรายการสอบถามกันจ้าละหวั่น จนกระทั่งมีแฟนรายการที่ใจบุญ คุณโอ่งสุวรรณ จากจังหวัดราชบุรีบ้านเดิมอยู่เมืองหมูนครปฐม ยอมเสียเวลาแกะเสียงรายการย้อนหลังส่งมาให้ผมเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้สนใจได้ศึกษานำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ขอบคุณมากๆครับ
        ต่อไปนี้คือคำถามด้านสุขภาพจากแฟนรายการทั่วประเทศ อาจมีข้อใดข้อหนึ่งที่ตรงกับปัญหาสุขภาพของท่านหรือญาติพี่น้อง จได้นำไปเผยแพร่ต่อ
        
คำถาม -  มีปัญหาบริเวณข้อมือ ฝั่งนิ้วโป้ง มีก้อนขึ้นบริเวณที่ปวด  จะทำอย่างไรดี
คำตอบ – จะเป็น กลุ่มเส้นเอ็นข้อมืออักเสบ  ให้หลีกเลี่ยงท่าที่กางนิ้วโป้งออก  โรคนี้จะเป็น
ลักษณะของ เอ็นข้อมืออักเสบ      ยาที่สามารถบรรเทาได้  ถ้าพบในครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็ได้   ใช้ เถาว์เอ็นอ่อน   เถาวัลย์เปรียง  ต้นต่อไส้  น้ำหนักอย่างละ ๓๐ กรัม  เท่า ๆ  กัน  ให้นำมาต้มน้ำรับประทาน   ใส่น้ำให้ท่วม  แล้วแบ่งดื่มเช้า กลางวัน เย็น พออาการดีขึ้น ค่อย ๆ ลดลง  แล้วให้ทำการประคบด้วยก็ได้   หรือนำไปต้ม  เอามือแช่ในน้ำอุ่น ๆ  ก็ได้ หรือทำเป็น ลูกประคบ ก็จะมี   ไพล   ข่า   ตะไคร้  ผิวมะกรูด  เกลือ  ใบมะขามเปรี้ยว  ใบส้มป่อย  ให้ใช้ไพลเยอะหน่อย เนื่องจากแก้อักเสบได้ดี  ใส่เกลือเล็กน้อย   ถ้ามีการบูรก็ใส่ได้ก็ดี   ใช้วิธีประคบบ่อย ๆ   จะช่วยรักษาเส้นเอ็นข้อมืออักเสบ  และให้หลีกเลี่ยงทำงานที่กางนิ้วโป้งออก  หรือหลีกเลี่ยงที่กระดกนิ้วบ่อย ๆ    ก็จะหายไวขึ้น
คำถาม  -   ท้องอืด จะทำอย่างไร
คำตอบ  -   อาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร  หรือกินยากลุ่มนอนหลับ  ยากล่อมประสาท  รวมถึง แอลกอฮอล์ต่าง ๆ  น้ำอัดลม ต้องระวัง  ทำให้ท้องอืดได้เหมือนกัน  คนที่เป็นโรคตับอ่อน   ไทรอยด์   เบาหวาน   หรือเป็นนิ่วในถุงน้ำดี  ก็เป็นโรคท้องอืดได้   ต้องระวังเรื่องอาหารการกินด้วย             
คำถาม  -    เป็นโรคปัสสาวะกระปริบประปรอย มีเม็ดเลือดออกมาด้วย จะรักษาอย่างไร
คำตอบ  -    อาจจะเป็น  โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ  จะเป็นนิ่วมาก  มีเม็ดเลือดมาด้วย  อาจจะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  หรือถ้ามีลิ่มเลือดออกมา   มีสายยาว ๆ   อาจจะมาจากท่อไต  ต้องพบ
 แพทย์   ส่วนเรื่องกระเพาะปัสสาวะ ปนเลือด  ให้ใช้ หญ้าหนวดแมว 15 กรัม  เหง้าสับประรด 15 กรัม  เหง้าตะไคร้  15 กรัม  อ้อยแดง  30 กรัม หรืออ้อยสด 2 ศอกของผู้ป่วย  รากหญ้าคา 15 กรัม  หัวยาข้าวเย็นเหนือ 30 กรัม  นำทั้งหมดไปต้ม  ใส่น้ำให้ท่วม  ยา 1 ส่วน น้ำ 3 ส่วน   ถ้าจะทาน เติมน้ำตาลทรายแดงผสมได้   ให้เริ่ม 3 ช้อนโต๊ะแต่ ไม่เกิน 5 ช้อนโต๊ะ    ถ้าเด็กเล็ก ๆ  1 ช้อนโต๊ะ  กินเช้า กลางวัน เย็น   และดื่มน้ำให้มาก ๆ   จะช่วยให้หายจากเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะได้
คำถาม  -  กรณีเป็นนิ่วในถุงน้ำดี  จะรักษาอย่างไร
คำตอบ -  ใช้สูตรเดียวกัน กับกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้  หรือใช้ รากมะตูม ใช้รากข้าง ๆ  ก็ได้   ใช้ 30 กรัม     เทียนขาวหรือยี่หร่า  30กรัม   บุเทียนขาวสักนิด  และน้ำตาลกรวด 30 กรัม   นำรากมะตูมไปต้มกับน้ำก่อน  3 ลิตร  ต้มให้งวดลงไปเรื่อย ๆ    พอน้ำมะตูมออกรสชาติดีแล้ว  ก็เติม เทียนขาวหรือยี่หร่าลงไป       ต้มงวดให้เหลือลิตรครึ่ง   แล้วเติมน้ำตาลกรวด ลงไป  แล้วกรองใส่ขวด  เก็บเข้าตู้เย็น   นำมารับประทานครั้งละ  3 ข้อนโต๊ะ ไม่เกิน 5 ช้อนโต๊ะ   ถ้ารับประทาน 2 วันแรก  อาจจะมีอาการระบายเล็กน้อย แล้วจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ   แต่ถ้าดื่มแรก ๆ เกิดอาเจียนพุ่ง  อาจจะมีภาวะของนิ่ว เลื่อนไปติดในท่อ  ต้องส่งโรงพยาบาลด่วน   แสดงว่ารักษาไม่ทันแล้ว   แต่ถ้ากินไปเรื่อยได้  ไม่มีปัญหาอะไร   ก็ให้กินยาติดต่อกันประมาณ  3 – 5 เดือน  พอเข้าเดือนที่ 5  จะมีอาการร้อนท้องบ้าง  หมายความว่าเลิกทานยาได้แล้ว   และให้ไปตรวจดู จะพบว่า  ขนาดของนิ่วจะเล็กลง  หรือไม่มีเลยในที่สุด
คำถาม    -  รองช้ำ ที่ส้นเท้า รักษาได้อย่างไร
คำตอบ    -  อาจจะมีปัญหาเรื่องไต  หรือมดลูก   ให้ใช้สูตร อิฐไปเผาไฟ ใช้ หัวไชโป๊วางบนอิฐเผาไฟ เหยียบบนหัวไชโป๊ก็ได้     หรือ  เอาลูกมะละกอ 1 ลูก ลูกสั้น ๆ   เจาะเอาออก  เปิดฝา  เอาเหล้าเทใส่พอประมาณ   ปิดไว้แล้ว นำไปนึ่ง  ใช้วิธีเหยียบ ๆ  หรือประคบเอา อาการก็จะดีขึ้นได้
คำถาม   -  ชาทั้งตัว   รักษาอย่างไร
คำตอบ  -   กินยาแผนปัจจุบันได้   แต่ถ้ามีอาการ ชาทั้งตัว  อาจจะมีโรคแทรกซ้อนรึเปล่า  ลองใช้ยา  รากกระเพรา  เหง้าข่า  หัวกระชาย กลม ๆ   น้ำหนักประมาณ 15 กรัม   แล้วต้มรับประทาน  ช่วยระบบปลายประสาท ได้ 
คำถาม   -  แมลงเข้าหู
คำตอบ  -   ใช้ใบหูเสือ (ที่กินกับลาบ)  เอามาล้างให้สะอาด  ตำคั้นน้ำ  แล้วเอาน้ำหยอดหู   ถ้าเข้าคอก็ไม่เป็นไร  ลองหยอดเอาแต่น้ำเข้าไป   แล้วแมลงจะค่อย ๆ  ไหลออกมาเอง หรือ ใช้น้ำมันมะกอกหยอดหูก็ได้   (สูตรคุณจำรัสได้ยินมา)  
คำถาม  -   นอนไม่หลับ 6เดือน  ตื่นทุก 10 นาที  เป็นเบาหวานด้วย 
คำตอบ  -   เป็นความวิตกกังวล  เลือดจะไปลมจะมา  ให้หายาหอม  ที่ไม่มีรสหวานมากนัก   หรือใช้ ก้านผักกาดหอม เอาเฉพาะก้าน  ล้างให้สะอาด  นำก้านมาปั่น 2 ก้าน  ใบสาระแหน่ 4 ใบ ปั่นผสมน้ำดื่ม  ช่วยให้นอนหลับได้  เป็นยาผ่อนคลายนอนหลับได้เหมือนกัน
คำถาม  -   กรดไหลย้อน  รักษาอย่างไร
คำตอบ  -   ใช้ลูกยอปิ้งไฟ ให้หอม สัก 1 ลูก   แล้วใช้แห้วหมูประมาณ 5 หัว ไม่เกิน 10 หัว บุให้แตก    ต้มแห้วหมูก่อน  เอาน้ำแห้วหมู ไปชงกับลูกยอก็ได้    อาจจะชงแบบน้ำชาดื่ม  ถ้าหายให้หยุดดื่ม    เมื่อดีขึ้นแล้ว ให้ทานอาหารห่างมื้อที่จะนอนสัก 3 ชั่วโมง  หรือ นอนดูทีวีก็ไม่ได้      หรือใช้ใบขี้เหล็ก ต้มกิน  แต่ต้องต้มทิ้งก่อนในรอบแรก  รอบหลังถึงจะใช้ได้  หรือดอกขี้เหล็ก ทำเป็นชาดื่มได้
คำถาม -    ฝีที่ก้น 1 เดือน รักษาอย่างไร
คำตอบ -    ให้ใช้   ต้นฝีหมอบ   ใช้เปลือกต้นฝีหมอบเอามาฝน  ฝนผสมกับน้ำซาวข้าว  แล้วโปะบริเวณฝี  จะช่วยบรรเทาอาการได้ 
คำถาม -   ใบย่านาง คั้นน้ำดื่ม อันตรายหรือไม่
คำตอบ -   ต้องดูโรคประจำตัวด้วย   ใบย่านาง จะเป็นสรรพคุณรสเย็น    ที่เราพบ ผู้ป่วยที่ปวดข้อ  ประจำเดือนมาไม่หยุด   จะใช้ใบย่านางได้   ส่วนใหญ่จะรักษาอาการปวดข้อ ก็จะดีขึ้น
คำถาม  -  สูตรรักษาโรคเรื้อนกวาง
คำตอบ -   ให้ใช้ คางคกที่ตายเอง ที่โดนรถทับ  ห้ามไปทุบหรือฆ่า  เราเรียกว่า  คางคกตกใจ  พิษของมันจะซ่านทั่วตัว    แล้วให้นำ กระเทียม เยอะหน่อย  พอที่จะยัดใส่คางคกได้  พริกไทย  หอมแดง  เอาไปยัดใส่ตัวคางคก  ปิ้งไฟอ่อน ปิ้งไปเรื่อย ๆ   จนกรอบ   เอาไปตำให้ละเอียด บางคนก็ห่อด้วยผ้า แล้ว   ใส่กำมะถัน ครึ่งช้อนชา   แล้วใส่น้ำมันแช่ไว้  จะเป็นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา  ก็ได้  (ยกเว้นน้ำมันหมู)  แช่ไว้ 15 วัน   แล้วเอาน้ำมัน มาทารักษาโรคเรื้อนกวางได้.
 -----------------
      ปล.ติดตามข้อมูลระเอียดในหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัย ๑-๒-๓ พึ่งพาตัวเองก่อนถึงมือหมอ ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทั่วประเทศ (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่โลตัส)

อ.เนตรดาว ยวงศรี ตอบปัญหาสุขภาพ

อ.เนตรดาวตอบปัญหาสุขภาพ
 
      อาจารย์เนตรดาว  ยวงศรี  แพทย์แผนไทย วิทยากรประจำรายการทั่วทิศถิ่นไทยที่ผมจัดอยู่ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้ตอบปัญหาสุขภาพให้กับคนไข้ทั่วประเทศ แต่ละคนก็จะมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน ผมขอคัดเฟ้นมาให้ท่านได้อ่านเพราะบางโรคอาจจะมีอาการคล้ายๆกับโรคที่ท่านเป็นอยู่ก็ได้ จะได้หาหนทางเยียวยาได้ทันท่วงทีก่อนที่จะสายเกินไป

ปวดชาต้นคอ ท้ายทอย 
      มีผู้ป่วยที่ทำงานอยู่ที่โรงงานเซรามิค  จ. ลำปาง ปวดชาต้นคอ   ท้ายทอย  จุกเสียดขึ้นลิ้นปี่ในตอนกลางคืน  อาจารย์เนตรดาว ฯ บอกว่า ถ้าอาการเป็นตอนกลางคืน  โดยเจ็บถึงบ่า  จุกใต้สะบักด้านขวา  ให้ระวังอย่ากินของทอด ของมัน  เพราะจะเป็นโรคในกลุ่มของนิ่วในถุงน้ำดี  ให้ระวังเป็น โรคนิ่วในถุงน้ำดี   ระวังไขมันต่าง ๆ      ถ้าใช้ยารักษาโรค ก็สามารถรักษาได้  โดยใช้รากมะตูม 30 กรัม, เมล็ดเทียนขาวหรือยี่หร่า 30 กรัม, น้ำตาลกรวด 30 กรัมเท่ากัน
      วิธีการ  ใส่น้ำไป 1ลิตรครึ่ง  ต้มรากมะตูมโดย สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ    พอต้มได้ที่  ก็ให้ใส่ยี่หร่าลงไป หรือเมล็ดเทียนขาวที่บุบแล้ว   ต้มพอได้ที่ก็ดับไฟ  แล้วเอาน้ำตาลกรวดลง  คนให้ละลาย แล้วกรองเอาแต่น้ำ   โดยจากน้ำจำนวนลิตรครึ่ง   จะเหลืออยู่ครึ่งลิตร  ประมาณ 500 ซีซี  ไม่เกิน 700 ซีซี   แล้วให้ แบ่งรับประทาน 3ช้อนโต๊ะ  – 5 ช้อนโต๊ะ   ก่อนอาหาร 3 เวลา    ช่วงเวลาที่รับประทานใน 2-3 วันแรก ๆ  จะมีการถ่ายท้องเพิ่มขึ้น แต่ไม่ต้องตกใจ   ถ้าดูแลตั้งแต่แรก ๆ   อาการจุด เสียด แน่น จะหายไป  แล้วให้ดูแลสุขภาพด้วย   อย่ารับประทานอาหารผิดเวลา  โรคนี้ก็จะรักษาให้หายได้

นิ้วล๊อค  ปวดกล้ามเนื้อ 
       สำหรับอาการนิ้วล๊อค  ปวดกล้ามเนื้อ  เราต้องใช้วิธีนวด  ตอนนี้ให้เอาน้ำคั้นของไพล คั้นเอาแต่น้ำ แล้วเอาเกลือ หรือทราย ก็ได้    แต่ถ้าเอาน้ำคั้นของไพล   ให้เอาไปผสมกับเกลือ ผัดจนกระทั่งเกลือแห้ง  แล้วระหว่างที่เกลือแห้งแล้ว   ถึงเวลาก็ให้เอามาละลายน้ำ  แล้วขยำให้เอามือเข้าไป  บีบคลายอยู่ในน้ำ     หรือไม่ก็เอาไพลที่เราคั้นน้ำ  นำไพลขัดกับทรายให้อุ่น  โดยให้เอามือไปจุ่มอยู่ในทราย   แต่ต้องกรองทรายก่อน เนื่องจากอาจจะมีเศษไม้ติดอยู่ก็ได้    แล้วห้ามพฤติกรรมที่หิ้วของ เช่น ถุงพลาสติกนิ้วเดียวเด็ดขาด   อาจจะทำให้เป็นโรคนี้ได้อีก 

ผมหงอกก่อนวัย 
       กรณีที่ผมไม่มีน้ำหนัก  และหงอกก่อนวัย  ก็ให้ใช้ยาย้อมผม  โดยใช้ลูกมะกรูด เผาไฟ  จะใช้กี่ลูก ต้องอยู่ปริมาณเส้นผม  ว่าผมยาว หรือซอยสั้น  ให้ดูความยาวของเส้นผม  ใช้มะกรูดสัก  2-3 ลูก  เผาให้ข้างนอกให้ออกเป็นสีเขียวขี้ม้า  หรือเทา ๆ  ออกไหม้ยิ่งดี   แล้วมะกรูดจะเละ ๆ   ตามด้วยการใส่ดอกอัญชันผสม  แล้วใส่น้ำมันมะกอกนิดหนึ่ง  นำไปปั่นในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากัน  กรองด้วยผ้าขาวบาง  รีดออก  แล้วเอาเศษทิ้งไป   ก็จะเหลือโคลน  แล้วให้เอาโคลนมาหมักผม ทิ้งไว้ 10 -20 นาที   ทำบ่อย ๆ  ผมก็จะค่อย ๆ   พัฒนาดีขึ้น  แต่สีที่ย้อมจะหลุดไปด้วย  แต่ผมจะหงอกขึ้นมาใหม่  แล้วผมจะดำเพิ่มขึ้นในภายหลัง

กรดไหลย้อน  
       สำหรับอาการของผู้ป่วยที่เป็นกรดไหลย้อน   ให้ใช้ลูกยอ  โบราณเรียกว่า รูเบี้ยว  มีปัญหาที่หูรูดของกระเพาะอาหาร  และเคี้ยวข้าวไม่ละเอียด   คนที่มักมีอาการของโรคนี้  ถ้าฟันไม่ค่อยจะดี  โรคนี้จะหายยาก   ถ้าฟันดี ให้เคี้ยวอาหาร เคี้ยวคำหนึ่งประมาณ  30 - 50 ครั้ง   การรักษาภาวะกรดไหลย้อน   ให้ใช้ลูกยอที่แก่ ยังไม่สุก  ฝานเป็นแว่นๆ  ปิ้งไฟให้หอมกรอบดี   แล้วพักไว้ก่อน  เสร็จแล้วใช้หัวหญ้าแห้วหมู   เอามาล้างให้สะอาดก่อน  สัก 10 หัว  มาบุบพอแตก แล้วต้มน้ำ 3 ลิตร ให้เรียบร้อย   แล้วเอาน้ำร้อน ๆ   หรือลูกยอที่ปิ้งไฟแล้ว  1 ลูก  ใส่ลงไปในหม้อ   แช่ไว้  จนลูกยอพองอืดดี       และอย่ากินอาหารใกล้เวลานอน  ก็จะมีอาการที่ดีขึ้น

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ 
       ส่วนโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  แล้วก็แพ้ยาด้วย   กลุ่มยาที่ใช้สำหรับโรคกระเพาะอักเสบ  ถ้าเป็นโรคเบาหวานด้วย ไม่ว่าจะเกิดแผลที่ไหนก็จะหายยาก   ก็มียารักษาโดย  ให้ใช้ลูกใต้ใบ สัก 2 กำมือ  แล้วใช้ตะไคร้เอามาคั่วก่อน  โดยใช้ประมาณ กำมือเดียว   2 อย่างต้มรวมกัน  ใช้อาการขับปัสสาวะ  สมานเยื่อทางเดินปัสสาวะ  รับประทานครั้งละ ครึ่งแก้ว 3 เวลา   เช้า- กลางวัน- เย็น    ดื่มน้ำให้มาก ๆ   โรคกระเพาะอักเสบก็จะหายไปได้

คันลิ้น  ปวดแสบในปาก
       กรณีที่ผู้ป่วยคันลิ้น  ปวดแสบในปาก ที่ลิ้นด้วย พบว่า เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังด้วย  ถ้าขาดวิตามิน บี 2  เกิดจากการกินอาหารไม่ถูกส่วน  ให้ทานพวกวิตามินบี 2   เน้นอาหาร นม ไข่ ปลา ตับ  ผักใบเขียว  จะทำให้การดูดซึมวิตามินดีขึ้น  อาการดังกล่าวก็จะหายไปได้

โรค ลมพิษ  
       กรณีโรค ลมพิษ   จะขึ้นเป็นปื้นหนา ๆ  รูขุมขนขยายกว้าง และบวมแดง   ถ้าให้รับประทานยา  บำรุงเลือด  สุขภาพก็จะดีขึ้น หรือรักษาโดยใช้ ใบชุมเห็ดเทศต้องนำมาปิ้งก่อน  หรือทำให้แห้งแล้วคั่ว อาการอาเจียนก็จะหายไป   ค่อย ๆ ทาน   จะระบาย  ขับน้ำของเสีย  แล้วหาผักใบเขียว  ตับ มารับประทาน จะช่วยเพิ่มธาตุเหล็กได้

ข้อพับยึด 
       ท่านที่มี อาการข้อพับยึด  ก็ให้ยืดออก  จะมีพังผืดติด  ต้องยืดอย่างเบามือ  ถ้าลดการบอบช้ำให้ใช้ลูกประคบ  ข้อพับแขน  ขา ข้อนิ้วมือด้วย   ค่อย ๆ ประคบ  หรือใช้ไพลก็ได้หรือ  เถาว์เอ็นอ่อน  ถ้าคลายกล้ามเนื้อ  ใช้เถาวัลย์เปรียง 30 กรัม เอามาปิ้งไฟ  จนหอม  เติมน้ำตาลทรายแดงนิดหนึ่ง หรือไม่เติมก็ได้    ก็รับประทานคลายกล้ามเนื้อได้  จะมีอาการขับเสมหะเป็นเมือกนิดหนึ่ง  แต่ไม่ขับอุจจาระ

โรคฉี่กะปริบกะปรอย 
       ส่วนโรคฉี่กะปริบกะปรอย  ให้ใช้รากตะไคร้คั่ว เหง้าตะไคร้คั่ว  โดยใช้รากสัก 1 กำมือ  แล้วใช้รากเตย หยิบมือหนึ่ง ก็ได้   แล้วดื่มต่างน้ำไปก่อน   อาจใช้เหง้าสับปะรดช่วยด้วย  ก็จะช่วยรักษาได้

สมุนไพรยาอายุวัฒนะตำรับยาลูกแปลกแม่
       มีหลายคนถามหายาอายุวัฒนะชะลอความชราทั้งชาย-หญิง อ.เนตรดาวเล่าให้ฟังว่า มีแม่ลูกคู่หนึ่ง ลูกชายได้จากแม่ไปเป็นเวลานาน ก่อนไป ได้ทำยาเอาไว้ให้แม่ แม่ซึ่งอยู่บ้านได้กินยาสูตรดังกล่าว จนกระทั่งบุตรชายกลับมา ปรากฏว่าจำแม่ของตัวเองไม่ได้ เพราะแม่สาวกว่าเดิมสวยกว่าเดิม จึงเรียกตำรับยานี้ว่า..ลูกแปลกแม่  กรมพระปาเรศ วิริยาลงกรณ์ ได้เขียนกลอนบรรยายถึงความเป็นมาของตำรับยานี้ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
ชายหนึ่งได้มะตูมนิ่มขลัง สมดังใจหวัง ผลหนึ่งทำยา         กล้วยน้ำไทยเพิ่ม หวีหนึ่งเทียวนา พริกไทยเท่ายา
ว่าเต็มทะนาน นึ่งขึ้นด้วยกัน มะตูมเชือดหั่น                             กล้วยน้ำปลอกฝาน พริกไทยในห่อ เทคลุกคุลีกาล
ย่อยให้แหลกลาน ทำแผ่นตากเรียง แห้งแล้วลงครก                  ป่นแหลกสิ้นเสียง ยกโถตั้งเคียง น้ำผึ้งคลุกเท
เสร็จแล้วเก็บไว้ บุรุษนั้นไซร้ ไปเที่ยวเกล็ดเกร่                         บ้านอื่นเมืองไกล เที่ยวไถลโยเย ยากเย็นแก่นแก้
ยังไม่กลับมา แม่อยู่ข้างนี้ เห็นนานเต็มที                                   ลูกไม่กลับมา เข้าไปในเรือน พบแต่โถยา
นี่ลูกของข้า ทำไว้กินดู โรคภัยหายสิ้น                                      ยากินเฟื่องฟู คนอื่นแลดู เคลิ้มแปลกตาไป
ที่เคยล้างหน้า บ้วนปากลงไป หญ้าที่นั้นไซร้งอกงามผิดตา       โคหนึ่งเขาปล่อย แก่ผอมชรา เที่ยวซัดเซมา พบหญ้าสดงาม
โคกินหญ้าไซร้ โรคโคก็หาย ร่างกายควรการ                             คล้ายกับโคหนุ่ม เรี่ยวแรงอาจหาญ หญิงนั้นเป็นพยาน
กินยาร่ำไป ทุกวันจนหมด ที่เหี่ยวแห้งสด                                   กลับฟูผ่องใส วรกายคล้ายหญิง แรกรุ่นเจริญวัย
ฝ่ายคนเที่ยวไป นานแล้วกลับมา มารดาแปลกบุตร                     บุตรแปลกมารดา พูดต่อเจรจา นานจึงรู้กัน
      เห็นไหมครับโบราณว่าไว้ของดีจริงๆ รู้แล้วต้องรีบทำดู ตัวยาจำให้แม่น กล้วยน้ำไทยห่าม ๑  หวี ตากแห้งแล้วหนัก ๕๐๐ กรัม มะตูมนิ่ม ๑  ผล ตากแห้งแล้วหนัก ๓๐๐ กรัม เมล็ดพริกไทยดำ  ๑  ทะนาน ตากแห้งแล้วหนัก ๕๐๐ กรัม ทั้งหมดนำมานึ่ง แล้วบดเป็นแป้ง นำมาตากแห้ง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดเท่าเม็ดพุทรา กินก่อนนอน ๒-๓ เม็ด จะทำให้ร่างกายแข็งแรง เปล่งปลั่ง ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่น ดูเป็นสาวไม่แก่เกินวัย
--------------------------------------------------------
       คลินิกแพทย์แผนไทยอาจารย์เนตรดาว ยวงศรี  ตั้งอยู่ที่ซอยลาซาล 43 กทม. เปิดบริการทุกวันอังคาร และที่  66/1 อังคนาถพลาซ่า   สุขุมวิท  เปิดบริการทุกวันเวลา 10.00 – 20.00 น. (ปิดวันอังคาร ) โทรศัพท์สอบถามที่  02 706 2610