ป้ายคำ: เท้าชา (1)

โรคสมองเสื่อม -มือ-เท้า ชา-ปวดข้อ

โรคสมองเสื่อม – มือชา เท้าชา - ปวดข้อ
 
     ช่วงงานเกษตรแฟร์ ปี ๒๕๕๔ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. ผมไปรายงานข่าวถ่ายทอดสดที่นั่นได้พบกับคุณดาวเนตร วงศ์เหมือนบุญ ( ๐๘-๒๐๒๕-๙๐๓๙ ) คลังสมองเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คุณดาวเนตรถือเป็นบุคคลจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือประชาชนในทุกด้านโดยเฉพาะงานฝีมืออาชีพเธอพยายามเสาะหาองค์ความรู้มาทำการสอนให้กับชุมชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ด้วยปณิธานอยากให้ชุมชนกินดีอยู่ดี ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
     วันนั้นผมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ด้านสมุนไพรหลายเรื่องและถือโอกาสมอบหนังสือเล่มเดียวคุ้มโรคภัยให้เธอ ๑ เล่ม เธอไม่ยอมน้อยหน้าฝากหนังสือให้ผม ๒ เล่ม คือหนังสือคู่มือการใช้สมุนไพรสามรากรักษาโรคต่างๆโดยสภาองค์กรการแพทย์พื้นบ้านไทย ในโครงการธรรมรักษา รวบรวมโดย อ.ณรงค์  บุดดาวงษ์ และหนังสือเคล็ดวิธีแก้กรรม-ปัญหาชีวิตกินอย่างไรไร้โรคภัย

โรคสมองเสื่อม
     คุณดาวเนตร เล่าให้ฟังถึงองค์ความรู้ในหนังสือให้ฟัง นับวันจะมีผู้ป่วยสูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น สาเหตุเนื่องจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เพราะกินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำติดต่อกันหลายปี น้ำมันจะไปเกาะผนังลำไส้ ทำให้ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปเลี้ยงสมองไม่ได้ วิธีดูแลสมองไม่ให้เสื่อม คือต้องฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาโดยเฉพาะช่วงเช้าเวลา ๐๕.๐๐-๐๗.๐๐น. กินอาหารเช้าระหว่างเวลา ๐๗.๐๐น.- ๐๙.๐๐น. เพื่อให้เลือดรับสารอาหารไปเลี้ยงสมอง และกินโยเกิร์ต ผสมนมสด น้ำผึ้ง มะนาว(นมสด ๑ กล่อง โยเกิร์ตครึ่งถ้วย เติมน้ำผึ้งและมะนาวตามใจชอบ แล้วตั้งทิ้งไว้สักพักหนึ่ง เพื่อให้จุลินทรีย์ขยายตัวแล้วกินน้ำหวานของน้ำผึ้งแล้วช่วยย่อยไขมันของนมก่อนแล้วจึงค่อยดื่ม จะช่วยล้างลำไส้ได้ดี ดื่ม ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐- ๑๕.๐๐น. เพื่อเปลี่ยนขยะในลำไส้เล็กให้เป็น บี ๑๒ แล้วส่งสารอาหารไปบำรุงสมอง นอกจากนั้นควรดีท็อกซ์ล้างลำไส้ระบบดูดซึมด้วยสูตรมะละกอดิบต้มน้ำชงชาดื่ม ใช้มะละกอดิบปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆแบบชิ้นฟัก ใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วมมะละกอ ต้มให้เดือดแล้วยกลง เอาเฉพาะน้ำมาชงชา ใช้ชาจีน หรือชาเขียว หรือชาใบหม่อนก็ได้ ควรแช่ชาไม่เกิน ๕  นาที แล้วกรองชาออก สูตรนี้จะช่วยล้างไขมันที่เกาะลำไส้ได้ดี ควรดื่มเป็นประจำทุกวัน เพราะเรากินอาหารผัดน้ำมันมาหลายปี และใช้กระเจี๊ยบแดงแห้งหรือสดต้มกับพุทราจีนใช้ดื่มเพื่อล้างหลอดเลือดเป็นประจำ กินน้ำกระชายแล้วกินน้ำใบบัวบกตามจะส่งสารที่เป็นประโยชน์ไปบำรุงสมองได้โดยตรง สำหรับผลไม้ที่มีสรรพคุณบำรุงสมองได้ดีที่ควรหามารับประทานคือลูกไข่เน่า หรือหาผักคื่นฉ่าย เม็ดบัว ลูกแปะก๊วยมารับประทาน
     วิธีทำน้ำกระชาย ใช้กระชายบ้านประมาณ ๑  ขีด ล้างน้ำให้สะอาดขูดเปลือกออก หั่นเป็นแว่นๆใส่เครื่องปั่นแล้วเติมน้ำ ๓  แก้ว ปั่นให้ละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำ เก็บไว้ในตู้เย็นดื่มได้หลายวัน เวลาดื่มเทใส่แก้วแล้วเติมน้ำสะอาดเจือจางเติมน้ำผึ้ง เกลือปรับรสชาติตามใจชอบ กระชายถือเป็นโสมไทยบางคนเรียกราชาแห่งสมุนไพร ทำให้เลือดหมุนเวียนดีและบำรุงสมองชั้นยอด บำรุงตับ บำรุงหัวใจ กระดูกไม่เปราะบาง ปรับความดันไม่ให้สูงต่ำจนเกินไป ในน้ำกระชาย ๑  แก้วมีคุณค่าสูงกว่านม ๑  แก้วหลายเท่า

มือชา เท้าชา
      อาการมือชา เท้าชา เกิดได้จากสาเหตุหมายประการ เช่น ขาดสารอาหารวิตามินต่างๆ ปลายเส้นประสาทอักเสบ เส้นเลือดส่วนปลายอักเสบ หรืออุดตัน การบำบัดรักษาสามารถใช้อาหารช่วยในการรักษา
      ใช้เมล็ดงา  ๑  ลิตร รำปลายข้าว ๑  ลิตร กระเทียม  ๑  กำมือ ฝานบางๆ นำไปคั่วให้สุก บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง กินเป็นประจำจนกว่าจะหาย หรือนำถั่วเขียวกับข้าวกล้องปริมาณเท่าๆกันมาต้มจนเปื่อย รับประทานทุกวัน

ปวดข้อ
      ใช้ผักกะสังยาวประมาณ ๑  คืบ ต้มน้ำ  ๒  แก้ว เคี่ยวจนเหลือ  ๑  แก้ว แบ่งรับประทานครั้งละครึ่งแก้ว เช้า – เย็น หรือรับประทานสดๆแทนผัก
      ในประเทศบราซิลและฟิลิปปินส์ใช้ผักกะสังมานานแล้ว ในประเทศไทยเพิ่งศึกษาพบว่ามีวิตามินซีสูง สรรพคุณลดกรดยูริคในกระแสเลือดได้ แก้ข้ออักเสบ ใช้ทั้งต้นบดผสมน้ำกินห้ามเลือดได้ รากกระสังต้มรักษาไข้แก้ปวดท้อง
ต้มน้ำล้างหน้ารักษาสิว ขยำน้ำชโลมศีรษะป้องกันผมร่วง ลดคลอเลสเตอรอล ขับปัสสาวะ  รักษาเริม ฝี มะเร็งเต้านม  รักษาโรคตา  ต้อหิน
                       
ผักกระสัง
      ผักกระสังมีสรรพคุณทางหยาง (จัดแบ่งง่ายๆ ว่า หยิน คือเย็น หยาง คือร้อน) ของสรรพคุณยาไทยหมอยาพื้นบ้าน มักจะใช้ผักกระสังตำพอกฝี หรือคั้นเอาน้ำทาแผลฝีที่มีหนอง ผักกระสังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ใบยังนำมารักษาโรคลักปิดลักเปิด แก้ไข้ แก้อักเสบ จากสรรพคุณตรงนี้ทำให้มีชาวบ้านกินผักกระสังเพื่อรักษาอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ และยังเชื่อว่าการใช้น้ำต้มผัก กระสังล้างหน้าจะทำให้ผิวสวย
      ปัจจุบันมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย มีฤทธิ์ต้านการอักเสบมีฤทธิ์แก้ปวด และไม่มีพิษภัย ในประเทศฟิลิปปินส์ก็มีการกินผักกระสังสดๆ หรือนำมาต้มกิน เพื่อรักษาโรคเก๊าและข้ออักเสบ โดยวิธีการต้มให้นำผักกระสังต้นยาวสัก 20 ซม. ต้มกับน้ำ 2 แก้ว ให้เหลือประมาณ 1 แก้ว แบ่งรับประทานครั้งละ ครึ่งแก้ว เช้า-เย็น นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์ยังใช้ทั้งต้นสดบดประคบฝี หรือตุ่มหนอง
      ผักกระสังเป็นสมุนไพรตัวหนึ่งที่ฟิลิปปินส์กำลังศึกษาวิจัยเพื่อใช้ เป็นยารักษาโรคข้ออักเสบและโรคเก๊า ส่วนในมาเลเซียเชื่อว่าการรับประทานผักกระสังจะช่วยรักษาโรคตาและต้อ (glaucoma)  
      จากการศึกษาวิจัยในปัจจุบันยังพบว่าผักกระสังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและมี วิตามินซีสูงเรียกได้ว่าวิตามินซีน้องๆ มะนาว คือ มะนาว100 กรัมมีวิตามินซี 20 มิลลิกรัม ส่วนผักกระสังมีอยู่ 18 มิลลิกรัม ทางสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เคยวิเคราะห์หาธาตุอาหารในพืชผักต่างๆ พบว่าผักกระสัง ๑ ขีด หรือ ๑๐๐ กรัม มีเบต้า – แคโรทีนราว ๒๘๕ ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล
      ลองนึกดูเบต้า-แคโรทีนของสดของแท้หาไม่ได้จากแคปซูล มีเฉพาะในผักสดๆ เท่านั้น และผักกระสังมีอยู่สูงขนาดนี้ ผักกระสังจึงจัดว่าเป็นผักต้านมะเร็งชนิดหนึ่ง คนไทยในอดีตรู้จักกินผักกระสัง แต่เวลานี้ผักกระสังเกือบจะหายไปจากสาระบบของผักที่กินในสังคมของเราแล้ว โชคดีที่หลายหน่วยงานทังรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างช่วยกันฟื้นฟูและส่งเสริมการกินผักพื้นบ้านของไทย มากขึ้น ดังเช่น ในหมู่บ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรีซึ่งทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีเจ้าหน้าที่ลงไปส่งเสริมให้ชาวบ้านหันกลับมาปลูกสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ เพื่อทำเป็นวัตถุดิบส่งให้กับโรงพยาบาล
---------------------------------------------------------------------------------