เรื่องเล่าสุขภาพ

เครื่องดื่มป้องกันมะเร็ง
                                                           เครื่องดื่ม
                                          “ป้องกันมะเร็ง”
                ต้องขอขอบคุณ คุณดิถีชญา เรืองศิริกร เพื่อนนักข่าวรุ่นพี่ ที่ได้เชื้อเชิญให้ไปร่วมสัมมนาที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯทำให้ผมได้พบกับ คุณหมอ นพ.สุรพันธ์  ศรีวัฒนกุล ท่านอยู่ที่ดาลัส มลรัฐเท็กซัส ร่วม ๔๕ ปี  นานๆจึงมีโอกาสมาเมืองไทยจากการพูดคุยกันหลายเรื่อง ท่านรู้ว่าผมชอบเรื่องแพทย์ทางเลือกจึงได้แนะนำสูตรเด็ดในการรักษาและป้องกันมะเร็งที่มีการวิเคราะห์วิจัยแล้วให้ผม ๑  ตำรับ



              “ การรักษามะเร็งแพทย์ทางเลือก ทุกวันนี้ได้รับการยอมรับเยอะ คนเป็นมะเร็งที่ฉายแสง ทำคีโม โอกาสรอดมีไม่ถึง ๑๕ % แต่แพทย์ทางเลือกมีโอกาสรอด ๘๕ %  ไม่ว่ามะเร็งชนิดไหน ให้ดื่มน้ำทับทิมวันละ  ๔  แก้ว และก็ผลไม้อะไรก็ได้ที่มีรสเปรี้ยว มีวิตามินซีสูงๆ  เช่นมะเขือเทศ หรือมะนาว ซึ่งสามารถหยุดยั้งมะเร็งได้
              สุดท้ายคือใบมะละกอ ที่ต่างประเทศเขาจะสกัดแห้ง บรรจุแค็บซูล ดื่ม ๓  อย่างนี้ร่างกายจะแข็งแรงและห่างไกลมะเร็ง”  คุณหมอ นพ.สุรพันธ์แนะนำผม
                         น้ำทับทิม" ยับยั้งเซลล์มะเร็ง  
     ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย ( อิหร่านในปัจจุบัน)และมีแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัย  ทับทิมดูจะเป็นผลไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่นิยมนำไปถวายแก่พระแม่กวนอิม ในประวัติศาสตร์พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้ว
          ในประเทศเปอร์เซียโบราณมีความเชื่อว่า  คุณค่าทางอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในผลไม้ต่างๆ นั้น รวมกันอยู่ในทับทิม ทับทิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของผลไม้ ถือว่าเป็นผลไม้จากสวรรค์หรือเป็นของขวัญจากพระเจ้า
          ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ระบุว่าทับทิมมีประโยชน์ดังต่อไปนี้   ช่วยใน การฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ เสริมการฟอกไตและท่อปัสสาวะ และมี สมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย ขจัดไขมันส่วนเกิด
  เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง  ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน
             น้ำทับทิมยังช่วยปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต  การฟื้นฟูจากโรคเบาหวานสมรรถนะในการกลั้นเสมหะ  ต่อต้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มพลัง ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ การวิจัยทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา พบว่าในน้ำทับทิมมีสารต้านนอนุมูลอิสระหลายชนิด และมีประสิทธิภาพสูงมาก งานวิจัยแรกพบว่าสารจากน้ำทับทิม สามารถลดภาวะการแข็งตัวของเส้นเลือด จากไขมันในเลือดสูงได้ อีกรายงานยังสรุปว่าทำให้เส้นเลือดที่หนาตัวและมีไขมันสะสม ซึ่งเป็นเส้นเลือดที่ไม่ดี มีความหนาตัวลดลง และลดไขมันที่สะสมลงอีกด้วย
                                           ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพร
          น้ำทับทิมช่วยในการฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ ช่วยการฟอกไตและท่อปัสสาวะ มีสมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย ขจัดไขมันส่วนเกิน เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน ปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต การฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน สมรรถนะในการกลั้นเสมหะ ต่อต้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มพลัง ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ และทำให้ผิวหน้าสวย
                                                      มะเขือเทศ
         หลายคนรู้จักมะเขือเทศเพราะแม่ค้าชอบใส่ในส้มตำ แต่ส่วนใหญ่แม่บ้านพ่อครัว จะรู้จักมะเขือเทศเป็นอย่างดี เพราะเวลาใส่เป็นเครื่องปรุงในการปรุงอาหารแล้วจะอร่อยเพราะในมะเขือเทศมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิคสูง กรดอะมิโนนี้เองเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทั้งยังเป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย และยังมีวิตามินในการป้องกันมะเร็ง อีกทั้งยังชะลอการเหี่ยวย่นก่อนวัย                            จากการศึกษาของ ดร.ไมเคล กาเซียโน นักวิจัยของโรงเรียนสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การกินมะเขือเทศจะช่วยป้องกันมะเร็ง ต่อมลูกหมากในผู้ชาย และในมะเขือเทศยังมีสารไลโคพิน(Lycopene) อยู่เป็นจำนวนมาก อันเป็นตัวล้างพิษที่สำคัญในร่างกาย และการที่จะให้มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยามากที่สุดนั้นต้องปรุงมะเขือเทศให้สุกเสียก่อน
    มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยามาก มะเขือเทศมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้  มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน ที่มีคุณสมบัติสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ หากทานมะเขือเทศ ๑๐ ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง   ๔๕% รักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม
     มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง เพราะมะเขือเทศมี
วิตามินพี (citrin) ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดันโลหิตสูง มะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด ช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย
                                                        ใบมะละกอ
              ส่วนใหญ่เราจะรู้จักคุ้นเคยกับลูกมะละกอ มากกว่าใบมะระกอ มาวันหนึ่งนักวิจัยก็ค้นพบพบสารสกัดจากใบมะละกอมีคุณสมบัติต้านมะเร็งและใช้กำจัดเซลล์เนื้องอกได้หลายประเภท  เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน
       รายงานวิจัยของ นัม ดัง แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา และทีมงานในญี่ปุ่นดังกล่าว ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร เจอร์นัล ออฟ เอทโนฟาร์มาโคโลจี โดยระบุว่าสารต้านมะเร็งที่สกัดจากใบมะละกอสามารถทำลายเนื้องอกที่ปากมดลูก เต้านม ตับ ปอด และตับอ่อนได้  
  
        ทั้งนี้ เมื่อนำสารดังกล่าวไปทำเป็นชาใบมะละกอเข้มข้นสูงก็จะออกฤทธิ์กับเซลล์เนิ้องอกได้ดี เพราะสารดังกล่าวจะไปสร้างโมเลกุลที่ชื่อ "Th1-type cytokines" ซึ่งควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันก็จะไปกำจัดเซลล์เนื้อร้ายต่อไป     
     ที่ไมอามี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาในสหรัฐและคณะนักวิจัยในญี่ปุ่นเปิดเผยว่า สารสกัดจากใบมะละกอและใบชามะละกอ มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งหลากหลายชนิด เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ทั้งนี้ เมื่อนำสารดังกล่าวไปทำเป็นชาใบมะละกอเข้มข้นสูง ก็จะออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็งได้ดี เพราะสารดังกล่าวจะกระตุ้นให้สร้างโมเลกุลที่ชื่อ "Th1-type cytokines" ซึ่งควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันก็จะไปกำจัดเซลล์เนื้อร้าย
     ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตสมุนไพรอัดเม็ด ของต่างประเทศ นำเทคโนโลยีชั้นสูงสุด มาผลิตสมุนไพรอัดเม็ดในไทย รวมทั้งเร่งระดม หาใบมะระกอ เพื่อนำมาสกัดเป็นแคปซูลใบมะละกอ แล้ว
       สำหรับใครที่เคล็ดขัดยอกให้ใช้รากมะละกอสดตำให้แหลกผสมเหล้าโรงพอก ถ้าโดนตะปูตำเป็นแผล ให้เอาผิวลูกมะละกอดิบตำพอกแผล เปลี่ยนยาวันละ ๒ ครั้ง แผลน้ำร้อนลวก ใช้เนื้อมะละกอดิบต้มให้สุกจนเปื่อย ตำพอกที่แผล แผลพุพอง ใช้ใบมะละกอแห้งกรอบบดเป็นผง ผสมกับน้ำกะทิพอเหนียวข้น ใช้พอกหรือทาที่แผลวันละ ๒-๓ ครั้ง แก้ผดผืนคัน ใช้ใบมะละกอ ๑ ใบ น้ำมะนาว ๒ ผล เกลือ ๑ ช้อนชา ตำรวมกันให้ละเอียดเอาทั้งน้ำและเนื้อทาแผลบ่อยๆ กลาก เกลื้อน ฮ่องกงฟุตหรือเท้าเปื่อย ใช้ยางของลูกมะละกอดิบทาวันละ 3 ครั้งฆ่าเชื้อราได้      
       ผู้ที่สนใจเรื่อง เลิกบุหรี่ ใช้ใบมะละกอแก่ๆ หั่นเป็นฝอยมากน้อยตามต้องการ นำไปตากแห้ง แล้วใช้ผสมยาเส้นมวนเป็นบุหรี่สูบ จะช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ ปวดประสาท ใช้ใบมะละกอสดย่างไฟหรือจุ่มน้ำร้อนใช้ประคบบริเวณที่ปวด ขับประจำเดือน ใช้เมล็ดแก่ๆ คั่วให้กรอบแล้วบดเป็นผง ๒ ช้อนชาผสมกับเหล้าขาว ๓ ช้อนโต๊ะ รับประทานเช้า-เที่ยง-เย็น ช่วยขับเลือดประจำเดือนเสียและอาการปวดท้องจะหายไป  
           วันนี้ถ้าเราเห็นมะละกอหรือต้นมะละกอ เราคงไม่ได้นึกถึงส้มตำมะละกอเพียงอย่างเดียวแล้วใช่ไหมครับ แต่ยังมองเห็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รักษาโรคที่ใกล้ตัวและราคาเยาอีกด้วย และใครมีที่ว่างบริเวณรอบๆบ้านอย่าปล่อยทิ้ง ให้ว่างเปล่า ปลูกมะละกอไว้ใช้สอยเพียงหนึ่งต้น รับรองให้ผลเกินคุ้มค่า
          สรุปแล้ว วิธีคั้นน้ำทับทิม ก็ให้แกะเมล็ดทับทิมใส่เครื่องปั่นดูจะหายกว่าการคั้นเอาน้ำวิธีอื่น ปั่นเสร็จแล้วก็เอามากรองดื่มได้เลย ไม่ต้องไปผสมน้ำตาลครับ ดื่มให้ได้วันละ ๔ แก้ว เปลืองแน่ๆ ต้องปลูกเองดีที่สุด ฮ่าๆๆ
       ส่วนน้ำมะเขือเทศก็ใช้ปั่นเอานะครับ สุดท้ายใบมะละกอ ก็ให้เอามาหั่นเหมือนใบยาสูบแล้วเอาไปตากแดดให้แห้ง แนะนำให้หาผ้าขาวบางคลุมไว้หน่อย จะได้กรอบ หลังจากนั้นเอามาคั่วให้หอม เก็บไว้ในขวดแก้ว ปิดฝาให้แน่น เวลาจะชงค่อยเปิดออกมาชงดื่ม ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงครับ
                                            ---------------------------------------------------
 
 
 
 

สปาผิวพรรณให้ใสเด้ง
                   สปาผิวพรรณให้ใสเด้ง
                      “ ด้วยเจลพลับพลึง”
                                                               จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
              เรื่องความสวยความงามสำหรับสุภาพสตรีเป็นของคู่กันแต่ถ้าใครผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งหมองคล้ำ อาจจะต้องกลุ้มใจไปนาน ผมได้พูดคุยสัมภาษณ์อาจารย์เนตรดาว  ยวงศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย หลายคนอาจรู้จักอาจารย์ในนามอาจารย์เก๋ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย และเป็นอาจารย์สอนเรื่องสมุนไพรให้กับชาวบ้าน
                  ย้อนหลังอดีตอาจารย์ เริ่มซึมซับเรียนรู้ด้านสมุนไพรจากคุณพ่อ (ถาวร ยวงศรี) ซึ่งเคยรับราชการอยู่กรมประชาสัมพันธ์ ฝ่ายกองข่าวต่างประเทศ ศึกษาเรื่องแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง จนกระทั่งมาเปิด คลินิกถาวรสมุนไพร แพทย์แผนไทย จ.เลย พร้อมกับทำกองทุนชีวกโกมารภัจจ์ เพื่อให้ความรู้แก่ตัวเองและทำการรักษาชาวบ้านไปในตัว
               อาจารย์เนตรดาวเล่าว่า ตั้งแต่อายุ 7 ขวบนอกจากซึมซับด้านสมุนไพรกับคุณพ่อแล้ว พอมีโอกาสก็ได้ร่ำเรียนศึกษากับพ่อครูพื้นบ้านอีกหลายคนและหันมาศึกษาแพทย์แผนไทยกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างจริงจัง
             ในช่วงชีวิตอาจารย์ได้คลุกคลีกับชาวบ้าน และได้เห็นชาวบ้านนำ "ใบพลับพลึงดอกขาว" มาใช้ในการรักษาโรคกันมาก เช่น คนท้องจะเอาใบพลับพลึงมาย่างให้ร้อน แล้วก็ขยี้ หรือรีดที่ท้องเพื่อไม่ให้ท้องลาย จึงคิดว่าน่าจะสามารถประยุกต์ใช้เป็นเจลธรรมชาติได้ จึงได้คิดค้นต่อยอดภูมิปัญญาเป็นสูตรสปารักษาผิวพรรณที่ใช้แล้วได้ผลดี อาจารย์บอกว่า
             “พลับพลึงนั้น คนโบราณจะรู้กันดีว่าสามารถนำมารักษาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ คลายเส้น แก้อาการฟกช้ำปวดบวมลดการแตกลายของผิวพรรณ เมื่อนำมาย่างให้ร้อนจนได้ที่ สามารถรีดเอาเจลธรรมชาติออกมาใช้ได้เลย แต่เพื่อสรรพคุณที่ดี จึงควรเพิ่มผงสมุนไพรต่างๆ ซึ่งมีมากมายหลายชนิดที่นำมาบำรุงผิวพรรณขจัดเซลล์ผิวที่ตายทำให้ผิวสดใสสวยงามตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ใบมะขามเปรี้ยว ใบส้มป่อย ไพล ขมิ้นชัน ว่านเปราะหอม ว่านนางคำ ว่านชักมดลูก”  
               สำหรับขั้นตอนการทำเจลพลับพลึงนั้นไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่นำใบพลับพลึงส่วนที่เป็นกาบโคนมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปย่างกับไฟปานกลางย่างจนใบพลับพลึงเปลี่ยนสีเข้มขึ้น และใบอ่อนตัวลง พอมีรอยไหม้ หลังจากนั้นล้างให้สะอาด เพื่อเอาเศษไหม้จากใบออกและลดความร้อนของใบ
             เสร็จแล้วรีดเจลออก แล้วกรองจนสะอาด หลังจากได้เจลพลับพลึงแล้ว สามารถนำมาผสมกับข้าวคั่วซ้อมมือตำให้ละเอียดหรือน้ำมันมะพร้าวหมัก ซึ่งช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวเย็นและช่วยให้การซึมซาบได้ดี
                  แต่หากเป็นช่วงหน้าหนาว แนะนำให้ใช้น้ำมันงาซึ่งมีวิตามินอี ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น คงความสดใส หรือหากต้องการใช้กับผิวหน้า จะเลือกใช้น้ำมันจมูกข้าวแทนก็ย่อมได้ ส่วนน้ำด่างที่ใช้ล้างใบพลับพลึง ยังนำมาใช้ล้างเท้าเพื่อช่วยให้นุ่มสบาย ได้อีกต่างหาก
                  และสูตรที่สาวๆนิยมก็คงหนีไม่พ้นสูตรขาว ใส เด้ง โดยใช้สมุนไพร อาทิ เปราะหอม ใบเปล้าใหญ่ ว่านชักมดลูก ชะเอม จมูกข้าวสาลี ผสมกับเจลพลับพลึง หรือหากไม่มีก็ให้ใช้นมสดแทนได้ เมื่อผสมกันจนเข้าที่ก็นำมาพอกที่หน้า ทิ้งไว้จนแห้ง เอาน้ำนมแตะหน้าแล้วค่อยขัดเบาๆ จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า กรณีใช้กับเท้าเช่นส้นเท้าแตกหรือจี้เฉพาะจุด ก็ให้ใช้ผสมสมุนไพรโลดทะนงแดง หรือว่านสากเหล็ก
               รับรองครับสูตรเด็ดๆที่อาจารย์แนะนำ วัตถุดิบหาง่าย ทำเองได้ง่าย ประหยัดงบประมาณ แต่ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยแบบไม่รู้เรื่อง งง..งง.. ครับทำไมมันสุดยอดแบบนี้ ฮ่าๆๆ
                ถ้าไม่หนำใจอยากเรียนแพทย์แผนไทย อย่างอาจารย์ติดต่อเรียนได้ ที่ ๐๒-๗๐๖-๒๖๑๐ เรียนง่ายแต่จบยากนะครับ ฮ่าๆๆ
                                                ------------------------
------

รางไม้บรรจุยาภูมิปัญญา
รางบรรจุยาสมุนไพรผง
     ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
       สอบถามกันมาเกี่ยวกับ
        ...อุปกรณ์บรรจุยาสมุนไพรผง
                ด้วยภูมิปัญญาแบบไม้ดั้งเดิม



 สำหรับมือใหม่ที่ต้องการรางไม้บรรจุยาสมุนไพรผงและแคปซูลพร้อมขวด

  • แคปซูลข้าวเหนียว เบอร์ ๐ 
  • แคปซูลเบอร์ ๑ 
  • รางไม้บรรจุสมุนไพรลงแคปซูล ขนาด ๑๐๐  เม็ดเบอร์ ๑   
  • รางไม้บรรจุสมุนไพรลงแคปซูล ขนาด ๑๐๐ ได้ทั้งเบอร์ ๐  และเบอร์ ๑
  • ขวดพลาสติกสีขาวบรรจุแคปซูล ๑๐๐  เม็ด พร้อมฝาซีลกันอากาศ
ติดต่อคุณอาร์ต  กทม. ๐๘-๖๕๔๖-๙๙๓๓  
 

--------------------------------------------------------------------------------------
 

ความคิดเห็นในเว็บบอร์ดล่าสุด

ล่าสุด สุขุม
18 พ.ค. 2555 เวลา 15:54 น.
ล่าสุด อิทธิพล
18 พ.ค. 2555 เวลา 11:50 น.
ล่าสุด โอ
15 พ.ค. 2555 เวลา 21:02 น.
ล่าสุด ป้าอี๊ด
18 เม.ย. 2555 เวลา 23:44 น.
ล่าสุด วิชิต
13 พ.ค. 2555 เวลา 14:15 น.
ล่าสุด ordkorat
12 พ.ค. 2555 เวลา 20:17 น.
ล่าสุด จำรัส เซ็นนิล
11 พ.ค. 2555 เวลา 23:27 น.
ล่าสุด เกต
10 พ.ค. 2555 เวลา 15:22 น.
ล่าสุด ป้าอีีด
9 พ.ค. 2555 เวลา 10:11 น.
ล่าสุด คนเมืองยศ
23 ก.พ. 2555 เวลา 10:00 น.
ล่าสุด จำรัส เซ็นนิล
24 เม.ย. 2555 เวลา 20:34 น.
ล่าสุด น.อ.พิทักษ์
24 เม.ย. 2555 เวลา 16:55 น.
ล่าสุด Lucky
24 เม.ย. 2555 เวลา 08:45 น.
ล่าสุด Lucky
24 เม.ย. 2555 เวลา 08:38 น.
ล่าสุด เพชรรัตน์ คชนิล
24 เม.ย. 2555 เวลา 03:10 น.
ล่าสุด ป้าอ้๊ด
18 เม.ย. 2555 เวลา 23:27 น.
ล่าสุด เรณู
17 เม.ย. 2555 เวลา 20:39 น.