นิ่วในถุงน้ำดี "สลายสิ้นเพียงไม่กี่วัน"
                                   นิ่วในถึงน้ำดี
                      “ สลายสิ้นเพียงไม่กี่วัน”
                                        จำรัส  เซ็นนิล รวบรวม/เรียบเรียง
       ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ถุงน้ำดีทำหน้าที่เหมือนอ่างเก็บน้ำ ซึ่งทำให้น้ำดีเข้มข้นขึ้น พร้อมใช้งานเวลาที่มีอาหารตกลงมาถึงทางเดินอาหารส่วนต้น ถุงน้ำดีจะบีบตัวให้น้ำดีออกมาคลุกเคล้ากับอาหาร น้ำดี สร้างจากตับ ไหลลงมาตามท่อน้ำดี ร่วมทำหน้าที่จับกับไขมันในอาหาร เพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
 
      กรณีมีนิ่วในถุงน้ำดีนั้น เกิดจากองค์ประกอบในน้ำดีตกตะกอน เวลาที่มีการดูดซึมน้ำออกไปจากน้ำดีภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี เป็นเหตุให้มีการตกผลึกของคอเลสเตอรอล และมีหินปูน (สารแคลเซียม) จับตัวร่วมด้วย เมื่อรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ ก็จะกลายเป็นการสะสมของสารพิษและเป็นปัจจัยของโรคร้ายเรื้อรังหลากหลายเช่นมะเร็งป็นต้น
       อาการของนิ่ว เมื่อเกิดขึ้นแล้ว อาจมีอาการตั้งแต่ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย บางครั้งนิ่วไปอุดท่อถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ตับอ่อนอักเสบ ซึ่งมีอันตรายรุนแรงถึงชีวิตได้
      แพทย์แผนปัจจุบันมักเลือกวิธีการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก ตามที่ได้ศึกษามาซึ่งการตัดถุงน้ำดี ไม่มีผลต่อการย่อยอาหาร เพราะน้ำดีสร้างมาจากตับ ถุงน้ำดีเป็นเพียงที่เก็บพักน้ำดีเท่านั้น
      คุณประถม จากบ้านหนองแวงแห่ จังหวัดร้อยเอ็ดหลังจากไม่สบาย ไปตรวจพบนิ่วก้อนใหญ่ในถุงน้ำดี หมอแนะนำให้ผ่าตัด กลับมานอนคิดจะผ่าดีหรือไม่ผ่าดี ถ้าผ่ากลัวจะเกิดอาการลามปาม โรคนั้นโรคนี้จะตามมา กลัวโรคแทรกซ้อน คิดอยู่นาน บังเอิญมีคนแนะนำว่าลองกินสมุนไพร “เทพประทานสังหารโรค” ดู ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยผ่า
     หลังจากนั้นได้ลองกินสมุนไพรเทพประทานรักษาโรค ปรากฏว่าเพียงไม่ถึงสัปดาห์ อาการปวดทรมานเริ่มทุเลาลง อาการท้องอืด ก็ค่อยดีขึ้น อาการมีไข้อุ่นๆก็หายไป คิดว่าน่าจะมาถูกทางแล้ว พอกินหมดขวด ไปหาหมอตรวจ กลับไม่พบนิ่วก้อนใหญ่ในถุงน้ำดีอีกเลย
    อยากบอกเป็นวิทยาทานสำหรับผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี จะได้ไม่ทรมานอีกต่อไป ไม่ต้องผ่าตัดให้เสียเงินเสียทองมากมาย ลองปรึกษาไปที่ ๐๘๕-๒๔๕-๘๐๘๑
   นับเป็นประสบการณ์ตรงของผู้ป่วย นิ่วในถุงน้ำดี ที่อยากจะนำมาถ่ายทอด ให้ทุกท่านได้เป็นกรณีศึกษา หมอพื้นบ้านเราส่วนใหญ่จะบอกว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” หากบุญพาวาสนาส่งหมดเวรหมดกรรม พบทางสว่างโรคร้ายก็หายมลายไปสิ้น ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ
 
  

มะเร็งกลัวพิลังกาสา "สมุนไพรปราบมะเร็ง"
                                มะเร็งกลัวพิลังกาสา 
                           
สมุนไพรปราบมะเร็ง
                                                        จำรัส  เซ็นนิล  รวบรวม/เรียบเรียง
            ผมสนใจต้นไม้ทรงพุ่มต้นนี้เมื่อครั้งเดินทางไปพักที่รีสอร์ทแถวจังหวัดน่าน เจ้าของเขาปลูกไว้เป็นไม้ประดับบนเชิงเขาริมทางเดินที่ลดหลั่นเป็นขั้นบันได ที่สะดุดตาคือผลจะมีลักษณะกลมโต ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร ออกผลเป็นกระจุกมีก้านช่อยาวห้อยย้อยลง ปละก้านผลยาวเรียงสลับรอบก้านช่อ ผลอ่อนจะเป็นสีแดง เมื่อแก่หรือสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเกือบดำ คล้ายผลมะเม่าทางภาคอีสาน
            ผมได้ขอเมล็ดมาเพาะไว้รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ร่วมสิบกว่าต้นสมุนไพรพิลังกาสา มีชื่อเรียกหลายชื่อ  เนื่องจากใบอ่อน ผลอ่อน ยอดอ่อน มีรสชาติฝาดมัน เปรี้ยวอมหวานนิยมนำมาใช้รับประทานเป็นผักเหนาะ กินกับลาบ น้ำพริกบางคนก็เรียกผักจำหรือผักจ้ำแดง บ้างก็ เรียก จิงจ้ำ จ้ำก้อง มะจ้ำใหญ่  ตาปลาราม ตาเป็ด  ทางมาลายูเรียก ปือนา และ มาตาอาแย    สมุนไพรพิลังกาสา ผู้รู้บอกมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงอินเดีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ความสูงของต้นประมาณ ๒-๓ เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกรอบต้น
          ต่อมาผมได้ไปสัมภาษณ์หาข้อมูลจากปราชญ์พื้นบ้านทั่วประเทศและตำราแพทย์แผนไทย ถึงกับตะลึง ในคุณสมบัติของสมุนไพรพิลังกาสา เพราะทุกส่วนของสมุนไพรพิลังกาสาสามารถเข้าตำรับยารักษาโรคได้หลายโรค ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก มีสรรพคุณเน้นหนักไปทางด้านสมานแผลและฆ่าเชื้อโรค
               
       โดยเฉพาะ ผลสีม่วงเกือบดำของสมุนไพรพิลังกาสานี้จะมีสารแอนโทไซยานิน ( Anthocvanin)  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน  นอกจากนี้ยังยับยั้งเชื้ออิโคไล ( E.coli) ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย
      ใบพิลังกาสา ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันเป็นคู่ ๆ ตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบไม่มีจัก แผ่นใบเป็นสีเขียวมัน มีลักษณะหนาและใหญ่ ส่วนยอดอ่อนเป็นสีแดง

       จาการวิจัยพบว่ามีสาร α-amyrin, rapanone  สมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยยับยั้ง

 platelet activating factor receptor binding  มีฤทธิ์เหมือนฮีสตามีน ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด รักษามาลาเรีย แก้อาการท้องเสีย แก้เกลื้อน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อ Aspergillus

                    สำหรับการใช้สมุนไพรพิลังกาสาในการรักษาโรค หมอพื้นบ้านเล่าให้ฟังว่า ถ้าแก้อาการกามโรคและหนองใน ให้ใช้รากสดประมาณ ๑๐ กรัม ขูดเอาเปลือกออก ตัดเป็นท่อนสั้นทุบให้แตก ต้มกับน้ำ ๓  แก้ว ต้มให้เดือดจนเหลือน้ำครึ่งเดียว กรองแต่น้ำดื่ม ก่อนอาหาร ๓ เวลา ครั้งละ ๓  ช้อนแกง
                    ส่วนหมอพื้นบ้านภาคอีสานแนะนำให้ใช้ผลพิลังกาสา ประมาณ ๑๐ ผลยีเอาแต่เนื้อ ต้มกับน้ำ ๑  ลิตร จนน้ำเป็นสีแดงเข้ม เติมน้ำตาลตามความเหมาะสม ต้มจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟยกลง  พออุ่นก็ดื่มได้นอกจาก แก้โรคกามโรคและหนองในแล้วยังแก้ท้องเสียและช่วยเรียกความสดชื่นให้ร่างกายได้ดี
                  กรณีใช้สมานแผลและแก้พิษงู ใช้รากสด ๕ กรัม และดอกสด ๑  กำมือ รากสดขูดเปลือกออกหั่นเป็นท่อนๆแล้วทุบให้แตกแล้วตำให้เข้ากัน ใช้พอกแผลที่ถูกงูกัด เพื่อถอนพิษเบื้องต้น ลดอาการอักเสบ บรรเทาอาการปวดและลดการระคายเคือง หรือใช้เฉพาะแต่กลีบดอก ๑ กำมือ โขลกละเอียดพอกบาดแผลทั่วไปที่ไม่ได้ เกิดจากงู จะช่วยลดการอักเสบได้ดี ป้องกันแผลเป็นหนอง และป้องกันแผลติดเชื้อ
                ส่วนการใช้ฆ่าพยาธิให้ใช้ดอกสด ๑  กำมือ บีบพอช้ำ ต้มกับน้ำ ๓  แก้ว  เคี่ยวจนเหลือครึ่งเดียว กรองเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ ๓ ช้อนแกง เว้นระยะทุก ๓ ชั่วโมง จนกว่ายาจะหมด ถ้าใช้แก้ตับพิการและขับลม ใช้ใบสด ๕ ใบ สับละเอียดต้มกับน้ำ ๑  ลิตร เคี่ยวจนเหลือประมาณ ๖๐๐ ซีซี กรองแต่น้ำดื่ม แบ่งเป็น ๓ ครั้งต่อวัน สัปดาห์ละ  ๑  ครั้ง เพื่อบำรุงตับ ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อและแก้ไอ
                 นอกจากนั้นในบางตำราใช้ผลสุกนำมาตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกลอนกิน หรือใช้ผงยาประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำครึ่งแก้วดื่มช่วยบำรุงโลหิต ช่วยแก้โรค ระดูของสตรีได้ผลดีอีกด้วย
                ล่าสุดที่เป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อหมอแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ที่จังหวัดปราจีนบุรีได้แจกยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งให้กับผู้ป่วย เมื่อกินแล้วอาการดีขึ้นตามลำดับ หนึ่งใน ตำรับยารักษาโรคมะเร็งของ หมอแสงนั้นมีตัวยา “สมุนไพร พิลังกาสา” รวมอยู่ด้วย
                                          -------------------------------------------------------------------

น้อมเกล้าถวายความอาลัย
             
    สถิตย์อยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้  
         ข้าพระพุทธเจ้า www.Jamrat.net